Phuket Aquarium
DMCR Application
ระบบฐานข้อมูลกลางและมาตรฐานข้อมูล ทช.
คำสอนของพ่อ
Barcode 3D  DMCR กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง Department of Marine and Coastal Resources, Thailand
แวดวง ทช.

บินสำรวจพะยูนทะเลตรัง พบจำนวนประชากรเพิ่ม

  • 28-03-2017
  • View: 243

เจ้าหน้าที่ใช้โดรน บินสำรวจประชากรพะยูนในทะเลตรัง พบมีจำนวนเพิ่มขึ้น นักวิชาการยืนยันไม่มีขบวนการล่าพะยูน เพื่อการค้า แต่อาจมีลักษณะเก็บซากได้ แล้วลอบตัดเขี้ยวหรือเอาซากไปฝังเพื่อเอากระดูก

วันนี้ ( 28 มีนาคม 2560) ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ส่งนักวิชาการกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก นำโดย ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ นักวิชาการประมงชำนาญการหัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก พร้อมเจ้าหน้าที่ นักบินชาวต่างชาติ นำเครื่องบินเล็ก 2 ที่นั่ง จำนวน 2 ลำ ทำการบินสำรวจพะยูนในทะเลตรัง โดยเฉพาะบริเวณ รอบเกาะลิบง เกาะมุกด์ แหล่งอาศัยที่สำคัญที่สุดในทะเลตรัง ซึ่งบินสำรวจเป็นวันที่ 3 โดยมีนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังบินสำรวจด้วย

เพื่อสำรวจนับจำนวนประชากรพะยูนที่มีอยู่ในแต่ละปี (นับจำนวนประชากรพะยูนที่เหลืออยู่ของปี 2559) รวมทั้งสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งหญ้าทะเล อาหารของพะยูนและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้จะสูญพันธุ์ โดยพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดอยู่ที่จังหวัดตรัง ซึ่งต้องทำการสำรวจประชากรและวางแผนอนุรักษ์คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อให้พะยูนอยู่คู่กับทะเลตรังตลอดไป

ขณะที่กลางทะเลในปีนี้พบว่าทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ร่วมกับนักวิชาการชาวต่างชาติ และสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งในประเทศไทย ร่วมทำการบินสำรวจพะยูนด้วย เช่น มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. ) นำหุ่นยนต์สำรวจทางอากาศ (โดรน) มาบินสำรวจ เพื่อถ่ายภาพเก็บข้อมูลทางวิชาการประชากรและการใช้ชีวิตของพะยูนด้วย

 อาจารย์กฤษนัยน์ เจริญจิตะ อาจารย์ประจำคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน) กล่าวว่า เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. ) รวมทั้งมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำโครงการ “ การสำรวจพะยูน โดยประยุกต์หุ่นยนต์อากาศยานขนาดเล็ก (Drone)” โดยเครื่องบินเล็กของ ทช. จะบินนำร่องปูพรมหาพะยูนในทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาศัยหากินที่ระดับความสูงประมาณ 100 เมตร

เมื่อพบพะยูนหรือฝูงพะยูนที่บริเวณใด ก็จะส่งข้อมูลพิกัดแหล่งที่พบพะยูนมาที่โดรน เจ้าหน้าที่ก็จะส่งโดรนเข้าไปถ่ายเก็บภาพ เพื่อเก็บข้อมูลสำรวจระยะไกล และเป็นการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลด้วยเครื่องมือสำรวจระยะไกลด้วย ก็จะได้ตำแหน่ง ได้ภาพ รูปร่างลักษณะ และพฤติกรรมของพะยูนกลางทะเลขณะว่ายน้ำหากินหญ้าทะเล

ทั้งนี้ นับจากเริ่มทำงานมา ทางเครื่องบินสามารถบินสำรวจพบพะยูนกลุ่มใหญ่อาศัยรวมกันมากกว่า 30 ตัว รวมทั้งกลุ่มเล็กๆ คู่แม่ลูก และตัวเดียว ว่ายน้ำหากินอยู่กลางทะเล แต่บางครั้งถ้าเป็นช่วงน้ำลงจะไม่สามารถเก็บภาพได้ เพราะช่วงขณะน้ำลงพะยูนจะว่ายน้ำไปตามร่องน้ำ ซึ่งมีความลึก ทำให้ยากต่อการถ่ายภาพ จะถ่ายได้ต่อเมื่อมันว่ายขึ้นมาหายใจเหนือน้ำเท่านั้น ซึ่งภาพที่โดรนจับได้จะเป็นพะยูนตัวเต็มวัย

ขณะที่นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า มีบินสำรวจประชากรพะยูนต่อเนื่องกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ปีนี้ก็เช่นกันโดยมีอาสาสมัครชาวต่างชาติช่วยในการบิน ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เราใช้โดรนเข้ามาช่วยในการสำรวจบันทึกภาพ ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของพะยูนสูง

ทั้งนี้ ในระยะเวลา 3 ปีมานี้ เป็นช่วงที่ผลบินสำรวจพบประชากรพะยูนที่สูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อประมาณ 4 – 5 ปีก่อนหน้านั้น เป็นช่วงวิกฤติของพะยูน เพราะพบซากพะยูนเกยตื้นตายจำนวนมากถึง 11 ตัว หลังจากนั้นทุกฝ่ายก็มีความพยายามในการอนุรักษ์มากขึ้น ทำให้สถิติการตายของพะยูนลดน้อยลงเหลือแค่ประมาณ 6 ตัวในปีถัดมา

แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ พบว่าเริ่มมีพะยูนตายมากขึ้นเป็นปีละ 7 – 8 ตัว โดยปี 2559 พบซากพะยูนตายจำนวน 8 ตัว ซึ่งผลการผ่าพิสูจน์ยืนยันได้ว่าเป็นการตายที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะด้วยเครื่องมือทำประมงที่เป็นอันตราย ในจำนวนนี้มีแม่ลูกตายด้วย 1 คู่ ซึ่งเป้าหมายของการอนุรักษ์เราต้องช่วยกันลดอัตราการตายของพะยูนลงให้ได้ไม่เกินปีละ 5 ตัว เพราะเท่ากับเป็นตายตามธรรมชาติ เพื่อความยั่งยืนของจำนวนประชากรพะยูน

ส่วนเรื่องขบวนการล่าพะยูนเพื่อการค้า ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มี แต่จะพบมีการตัดเขี้ยวพะยูนไปจากซากที่ตายไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่เป็นการล่าเพื่อการเอาเขี้ยวอย่างแน่นอน แต่เกิดจากการบังเอิญพะยูนไปติดเครื่องมือประมง คนพบก็อาจจะตัดเอาเขี้ยวไปใช้ประโยชน์ 

สำหรับข้อมูลผลการบินสำรวจประชากรพะยูน ของศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันจ.ภูเก็ต ร่วมกับนักวิจัยชาวต่างชาติ เมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา พบพะยูนในทะเลตรังประมาณ 145 - 150 คู่ และพบพะยูนคู่แม่ลูกประมาณ 11 คู่ ส่วนผลการบินสำรวจของปี 2560 นี้ว่าประชากรพะยูนเหลืออยู่ประมาณกี่ตัว ทางนักวิชาการจะต้องนำข้อมูลที่ได้ไปคำนวณหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการบินสำรวจไปแล้ว

ที่มา  กรุงเทพธุรกิจ

 

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
สำรวจพบเรือลาดตระเวนอับปางนานกว่า 100 ปี

สำรวจพบเรือลาดตระเวนอับปางนานกว่า 100 ปี
สำรวจพบซากปรักหักพังของเรือลาดตระเวน The USCGC McCulloch ที่อับปางลงเมื่อร้อยกว่าปีก่อนอยู่ในก้นมหาสมุทร

โลมาเกยตื้นชายหาด จ.ตรัง ตายแล้ว

โลมาเกยตื้นชายหาด จ.ตรัง ตายแล้ว
พบโลมาฟันห่าง เพศเมีย ลอยมาเกยตื้นบริเวณชายหาดหมู่บ้านเกาะมุก อ.กันตัง จ.ตรัง

เตรียมเสนอ

เตรียมเสนอ "เกาะม้า"ผนวกเขตอุทยานธารเสด็จ หลังเสื่อมโทรมหนัก
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. เตรียมเสนอให้เกาะม้า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ผนวกเข้าเขตอุทยานแห่งชาติ

ฝูงฉลามหูดำหากินริมหาดเกาะห้อง จ.กระบี่

ฝูงฉลามหูดำหากินริมหาดเกาะห้อง จ.กระบี่
ฝูงฉลามหูดำกว่า 10 ตัว ขึ้นมาหาอาหารบริเวณน้ำตื้น หมู่เกาะห้อง ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่

5 มิ.ย.วันสิ่งแวดล้อมโลก ชวนโซเชียลติดแฮชแท็ก #WithNature

5 มิ.ย.วันสิ่งแวดล้อมโลก ชวนโซเชียลติดแฮชแท็ก #WithNature
วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.2560 ทั่วโลกรณรงค์ชาวโซเชียลแสดงพลังถึงชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ ด้วยการติดแฮชแท็กคำว่า #WithNature ยูเอ็น ชวนลดการใช้พลาสติก

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.๒๕๕๖ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
พัฒนาระบบโดย ศูนย์สารสนเทศ กองแผนงานห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ไปทำซ้ำหรือเผยแพร่ในรูปแบบใดๆ หรือวิธีอื่นใดยกเว้นเพื่อ วัตถุประสงค์ทางการศึกษา หากมีความประสงค์ใช้ข้อมูลตัวเลขหรือข้อมูลเชิงพื้นที่ในการอ้างอิงโปรดสอบทานความถูกต้องกับหน่วยงานโดยตรง เริ่มใช้งานตั้งแต่ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๖

Home    |    About Us    |    News    |    Career    |    Faq    |    Sitemap    |    Contact Us