DMCR NEWS

ลุ้น! ชายหาดภูเก็ตยังจะมีไลฟ์การ์ดอีกหรือไม่ หลังสิ้นกันยานี้ ยังไร้เงาผู้สนใจ งบน้อย ไม่พอบริหารทั้งปี

  • 28 ก.ย. 2560
  • 115

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ตามชายหาดของภูเก็ตยังจะมีไลฟ์การ์ดดูแลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำอีกหรือไม่ หลัง 30 ก.ย.นี้ เรามาลุ้นกัน หลัง บริษัท ภูเก็ตไลฟ์การ์ด สิ้นสุดสัญญาจ้างกับอบจ.ภูเก็ตและไม่ยื่นซองประมูลใหม่ เหตุเพราะวงเงินที่สภา อบจ.อนุมัติ 19.8 ล้านบาท ไม่เพียงพอในการบริหารจัดการตลอดทั้งปี อบจ.เปิดประมูลแล้วยังไร้เเงาผู้สนใจ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (25 ก.ย.) บริษัท ภูเก็ตไลฟ์การ์ด จำกัด แถลงข่าวสรุปผลการทำงานไลฟ์การ์ด เรื่อง ผลการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ในรอบปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา โดยมี นายประทัยยูธ เชื้อญวน ประธานชมรมไลฟ์การ์ดภูเก็ต พร้อมด้วย ไลฟ์การ์ดจากหาดต่างๆ ในภูเก็ต เข้าร่วม ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้

โดยทาง บริษัท ภูเก็ตไลฟ์การ์ด ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.) ในการบริหารจัดการไลฟ์การ์ดตามชายหาดต่างๆ ประจำปี 2560 ทั้งนี้เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ที่ทำกิจกรรมบนชายและนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำ โดยได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา 7 ปี ซึ่งสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากการจมน้ำและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนชายหาดและในทะเลได้เป็นจำนวนมาก

โดยไลฟ์การ์ดแต่ละหาด ระบุว่า ถึงแม้ว่าทางไลฟ์การ์ดจะพยายามที่จะป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวได้รับอันตรายจากการลงทุนเล่นน้ำ เพื่อลดสถิตินักท่องเที่ยวจมน้ำให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามป้ายที่ห้าม ไม่ฟังคำเตือนของไลฟ์การ์ด ดื้อ ลงเล่นน้ำในช่วงจังหวะเวลาที่ขึ้นธงแดง เล่นน้ำนอกเขตโซนนิ่งที่กำหนดให้เล่น กระแสน้ำและคลื่นแรง และเล่นน้ำตามหาดที่ไม่มีไลฟ์การ์ดประจำ ลงไปถ่ายรูปตามโขดหินต่างๆ ถูกคลื่นซัดจมทะเล มีอยู่เป็นประจำ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวจมน้ำและได้รับอันตราย ที่ต้องให้ไลฟ์การ์ดลงไปให้การช่วยเหลืออยู่เป็นประจำ ตามหาดต่างๆ ในภูเก็ต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีไลฟ์การ์ดที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี ค่อยดูและให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่อไป

นายประทัยยูธ เชื้อญวน ประธานชมรมไลฟ์การ์ดภูเก็ต กล่าวว่า ตลอดปี 2560 นี้ ไลฟ์การ์ดที่ประจำอยู่ตามหาดต่างๆ ในภูเก็ต สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ทั้งหมด 337 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย 35 คน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 302 คน การให้การช่วยเหลือลดลงจากปี 2559 ที่มีทั้งหมด 761 และเสียชีวิต 7 คน ทั้งนี้เนื่องจากทางไลฟ์พยายามที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่อยู่บนชายหาด แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนธงแดง ไม่ฟังคำเตือน เล่นน้ำนอกเขตที่กำหนด เป็นต้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีไลฟ์การ์ดประจำตามหาดต่างๆ ค่อยดูแลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ที่ฝ่าผืนคำเตือนอยู่เป็นประจำ การที่มีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีกับเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต

นายประทัยยูร กล่าวเพิ่มว่า บริษัท ภูเก็ตไลฟ์การ์ดจะครบกำหนดสัญญาว่าจ้างกับ อบจ.ภูเก็ต ในวันที่ 30 ก.ย.2560 นี้ ซึ่งเท่าที่รับทราบมานั้น ขณะนี้ทางสภา อบจ.ภูเก็ต ได้อนุมัติงบประมาณสำหรับจัดจ้างไลฟ์การ์ดตามหาดต่างๆ เป็นเวลา 1 ปี ด้วยวงเงิน 19.8 ล้านบาท และขณะนี้กำลังเปิดให้ผู้ที่สนใจยืนซองประมูลดังกล่าวอยู่ แต่ในส่วนของบริษัท ภูเก็ตไลฟ์การ์ด ไม่ได้เข้าไปยื่นซองประมูลดังกล่าว เนื่องจากวงเงินงบประมาณที่สภาอบจ.ภูเก็ต อนุมัติ จำนวน 19.8 ล้านบาทนั้น ทางบริษัทไม่สามารถที่จะดำเนินการได้เพียงพอในระยะเวลา 1 ปี จึงตัดสินใจไม่ยืนประมูลดังกล่าว

โดยเมื่อครบสัญญาว่าจ้างในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทางบริษัทและไลฟ์การ์ดทั้ง 90 กว่าคน ที่ประจำตามชายหาดสำคัญๆ ของภูเก็ต ก็จะเลิกปฏิบัติงานออกจากหาดทั้งหมดในเวลา 18.30 น.ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทกำลังประสานกับหน่วยงานราชการ ที่จะนำป้ายไปปักแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบว่า ไม่มีไลฟ์การ์ดปฏิบัติงานตามชายหาด ด้วยข้อความ “ WARNING NO LIFEGUARD ON DUTY SWIM AT^ YOUR RISK “ ติดตั้งตามชายหาดต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ และได้ระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ เพราะหากเกิดอะไรขึ้นจะไม่มีไลฟ์การ์ดค่อยดูแลและให้การช่วยเหลือ

“เชื่อว่าหลังวันที่ 30 ก.ย.ที่ครบกำหนดสัญญาจ้างกับ อบจ.แล้ว และไม่มีไลฟ์การ์ดทำหน้าที่บนชายหาด ทางจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีแนวทางในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน จะปล่อยให้นักท่องเที่ยวจมน้ำโดยไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบดูแลไม่ได้ จะทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ต”

นายประทัยยูร ระบุเพิ่มว่า วงเงินงบประมาณที่จะเพียงพอในการบริหารจัดการตลอดทั้งปี อยู่ที่ 22 ล้านบาท ตามที่ อบจ.ภูเก็ต เคยจัดสรรมาก่อนหน้านี้ และในปีนี้เท่าที่ทราบส่วนงานที่รับผิดชอบได้ทำแผนและเสนอของบประมาณในวงเงิน 22 ล้านบาท แต่ถูกตัดให้เหลือ 19.8 ล้านบาท ในขั้นตอนการพิจารณาของสภา อบจ.ซึ่งตนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทางสภา อบจ.ภูเก็ต มีเหตุผลอะไร จึงอนุมัติงบให้เพียง 19.8 ล้านบาท แทนที่จะเป็น 22 ล้านบาท ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ที่มา  ผู้จัดการ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง