DMCR NEWS

สถานการณ์ ปะการังฟอกขาว 61
สถานการณ์ เดือน พ.ค. 2561
รายงานสถานการณ์ปะการังฟอกขาวและอุณหภูมิน้ำทะเล ณ วันที่ 11-15 พฤษภาคม 2561

จากมาตรการเตรียมรับมือและบรรเทาผลกระทบจากปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว ที่ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจัดทำขึ้น เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาวที่เกิดขึ้น โดยแบ่งเป็น 4 ขั้น ได้แก่ 1. การเตรียมความพร้อมรับมือปะการังฟอกขาว 2. การเฝ้าระวังปะการังฟอกขาว 3. การเผชิญเหตุปะการังฟอกขาว และ 4. การดำเนินงานหลังการเกิดปะการังฟอกขาว ซึ่งในขณะนี้ยังถือเป็นช่วงที่ 2 ของมาตรการดังกล่าว ดังนั้นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงมีการดำเนินการเฝ้าระวังการเกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาวดังนี้
1. ติดตามอุณหภูมิน้ำทะเลในระดับโลกและภูมิภาค
2. ติดตามข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลที่วัดต่อเนื่องจากพื้นที่อ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ 
3. ติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในพื้นที่ต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ และเครือข่าย
4. นำข้อมูลต่างๆ มาประกอบกันเพื่อประเมินสถานการณ์และความรุนแรงของปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว ปี 2561

ผลการดำเนินการ
1. การติดตามอุณหภูมิน้ำทะเลในระดับโลกและภูมิภาค
จากการติดตามอุณหภูมิน้ำทะเลในระดับโลกและภูมิภาค (จากhttps://www.ncdc.noaa.gov/oisst) พบว่าอุณหภูมิระดับผิวหน้าน้ำทะเลบริเวณกลางอ่าวเบงกอลมีค่าสูงกว่า 30.5 องศาเซลเซียสในช่วงวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2561 และเริ่มขยายขอบเขตจนครอบคลุมทะเลอันดามันตอนบน ในช่วงวันที่16--25 พฤษภาคม 2561และพบว่าอุณหภูมิผิวหน้าน้ำทะเลในอ่าวไทยในช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกันและพบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลเริ่มลดลงต่ำในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม  (รูปที่ 1)


รูปที่ 1 อุณหภูมิผิวหน้าน้ำทะเล ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561ตรวจวัดจากดาวเทียมเฉลี่ยราย 5 วัน

เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยบริเวณผิวหน้าน้ำทะเลเดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2561 กับอุณหภูมิน้ำทะเลในช่วงเดียวกันของปีอื่นๆ ที่เกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว ได้แก่ พ.ศ. 2526, 2541 และ พ.ศ. 2553(รูปที่ 2) พบว่าในปีนี้อุณหภูมิเฉลี่ยน้ำทะเลค่อนข้างต่ำกว่าปีอื่นๆ ทั้งนี้เนื่องจากน้ำในทะเลอันดามันปีนี้เริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นเมื่อประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ในขณะที่ปี 2541 และปี 2553 อุณหภูมิน้ำทะเลเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ประมาณกลางเดือนเมษายนจึงทำให้สถานการณ์ปะการังฟอกขาวทางฝั่งทะเลอันดามันในปีนี้ไม่รุนแรงนัก ประกอบกับมีสัญญาณบ่งชี้การเคลื่อนตัวของ Madden-Julian Oscillation (MJO) ที่เกิดจากฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียได้เริ่มมีการเคลื่อนตัวมาทางด้านฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดียในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนพฤษภาคม โดยคาดว่าน่าจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกและเข้าสู่ทางใต้ของอ่าวเบงกอลภายในช่วงต้นเดือนมิถุนายนทั้งนี้การเคลื่อนตัวของ MJO ขึ้นไปทางเหนือของอ่าวเบงกอลเป็นสัญญาณของการเกิดมรสุมในอ่าวเบงกอล ซึ่งจะช่วยให้น้ำทะเลในอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามันมีอุณหภูมิลดลงดังจะเห็นว่าในช่วงวันที่ 26-29 พฤษภาคมอุณหภูมิน้ำทางฝั่งทะเลอันดามันเริ่มมีอุณหภูมิลดลง จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ปะการังฟอกขาวในทะเลอันดามันปีนี้ไม่รุนแรงนัก
อย่างไรก็ตาม พบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน อ่าวไทยตอนกลางและอ่าวไทยฝั่งตะวันออกยังอยู่ในช่วงที่อาจทำให้ปะการังฟอกขาวได้ ดังนั้นจึงควรมีการติดตามสถานการณ์อุณหภูมิน้ำทะเล และเฝ้าระวังการเกิดปะการังฟอกขาวในบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง(รูปที่ 1)


 
2. การติดตามข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลในน่านน้ำไทย
2.1 การติดตามข้อมูลต่อเนื่องของอุณหภูมิน้ำทะเลในน่านน้ำไทย
จากการติดตามอุณหภูมิน้ำทะเลอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรภายใต้สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน พบว่าค่อนข้างสอดคล้องกับข้อมูลในระดับภูมิภาค คือพบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลทั้งสองบริเวณเริ่มมีแนวโน้มสูงเกิน 30 องศาเซลเซียสตั้งแต่กลางเดือนเมษายนและถึงระดับเกินกว่า 30.5 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นอุณหภูมิที่เริ่มทำให้ปะการังเกิดการฟอกขาว (bleaching threshold temperature) ในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมและจากการติดตามอุณหภูมิระยะยาวในบางสถานีของทะเลอันดามัน เช่น  บริเวณแหลมพันวา และบริเวณอ่าวป่าตอง จ. ภูเก็ต ทั้งด้านเหนือและด้านใต้ พบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม
2.2 การติดตามข้อมูลน้ำทะเลในแนวปะการังบริเวณต่างๆ
จากการติดตามค่าอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลในบริเวณต่างๆ โดยใช้ที่วัดอุณหภูมิแบบต่อเนื่อง (data logger)และการรายงานอุณหภูมิจากเครือข่ายนักดำน้ำ ในพื้นที่อ่าวไทยและทะเลอันดามัน พบว่ามีหลายบริเวณที่อุณหภูมิน้ำทะเลมีค่าสูงเกินอุณหภูมิที่เริ่มทำให้ปะการังเกิดการฟอกขาว (bleaching threshold temperature) เช่น ในอ่าวไทย ได้แก่บริเวณจังหวัดระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และทางทะเลอันดามันได้แก่บริเวณจังหวัดภูเก็ต ดังแสดงในรูปที่ 6
รูปที่ 3 อุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งของประเทศไทย ระหว่างเดือนมกราคม – กลางเดือนพฤษภาคม 2561
รูปที่ 4 อุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณอ่าวป่าตองจ.ภูเก็ต ด้านเหนือและใต้ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2561
รูปที่ 5 อุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณแหลมพันวา จ.ภูเก็ตระหว่างวันที่ 1 เมษายน-31 พฤษภาคม 2561
รูปที่ 6 บริเวณที่มีการรายงานอุณหภูมิน้ำทะเล ในช่วงที่สูงและต่ำกว่า Bleaching threshold temperature (30.5 องศาเซลเซียส)ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561
 
3. การติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในบริเวณต่างๆ
จากการติดตามสถานการณ์ฟอกขาวของปะการังทางอ่าวไทยและทะเลอันดามันโดยนักวิชาการของศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรฯ ตลอดจนการรายงานข้อมูลของเครือข่ายนักดำน้ำ พบว่าส่วนใหญ่ปะการังมีการฟอกขาวเล็กน้อย ในลักษณะสีจางลง และการฟอกขาวเกิดขึ้นประมาณ 5-10% ของปะการังมีชีวิต ยกเว้นบริเวณเกาะง่ามน้อย จังหวัดชุมพร ที่มีรายงานพบปะการังฟอกขาวมากกว่า 80% โดยพื้นที่ที่มีการสำรวจแนวปะการัง ณ เดือนพฤษภาคม 2561 มีทั้งสิ้น 29 แห่ง และมีรายงานพบการฟอกขาวของปะการังจำนวน 14 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต ดังแสดงในตารางที่ 1 และรูปที่ 7
ตารางที่ 1 พื้นที่ที่มีการสำรวจแนวปะการัง และบริเวณที่พบการฟอกขาว ณ เดือนพฤษภาคม 2561

4. การประเมินสถานการณ์และความรุนแรงของปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว ปี 2561
จากข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลทั้งในระดับภูมิภาค และระดับพื้นที่ บ่งชี้ว่าอุณหภูมิน้ำทะเลในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลอันดามัน ประกอบกับมีปัจจัยบ่งชี้ถึงการเริ่มต้นของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แถบอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามันในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ทำให้ปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาวในปีนี้ไม่รุนแรงนัก อย่างไรก็ตามอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน อ่าวไทยตอนกลาง และอ่าวไทยฝั่งตะวันออกยังอยู่ในช่วงที่อาจทำให้ปะการังฟอกขาวได้ ดังนั้นจึงควรมีการติดตามสถานการณ์อุณหภูมิน้ำทะเล และเฝ้าระวังการเกิดปะการังฟอกขาวในบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
รูปที่ 7 สถานการณ์การฟอกขาวของปะการังในน่านน้ำไทย  ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2561
ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน
วันที่ : 31 พฤษภาคม 2561