ระบบนิเวศอ่าวตำมะลัง

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ระบบนิเวศอ่าวตำมะลัง

อ่าวตำมะลัง เป็นอ่าวที่มีความสำคัญของเมืองสตูล ในอดีตอ่าวตำมะลังเป็นเมืองท่าด่านในการขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีท่าด่านศุลกากรตั้งอยู่ที่บ้านเกาะยาว ตำบลปูยู และบ้านเกาะนก              ตำบลคลองขุด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามเกาะก็จะมาขึ้นที่ท่าเรือเกาะนก และอ่าวตำมะลังยังเป็นอ่าวสุดแดนใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว การประมง การขนถ่ายสินค้าปลอดภาษี เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรองรับน้ำจากตัวเมือง  บ้านเรือน รวมทั้งลำคลองเล็กๆสายต่างๆที่มีในจังหวัดสตูล  ตั้งอยู่บริเวณตำบลตำมะลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล มีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซีย อ่าวตำมะลังเปรียบเสมือนอู่น้ำอู่ข้าวที่หล่อเลี้ยงชุมชนชายฝั่งที่อาศัยอยู่รอบบริเวณอ่าวตำมะลัง ชาวประมงหลายคนเริ่มต้นชีวิตยามรุ่งอรุณด้วยการออกเรือหางยาวไปหาปลา กุ้ง กั้ง ปู และเก็บกู้เครื่องมือจับปลาที่วางกับดักไว้ในตอนเย็น กุ้ง กั้ง ปู และปลาที่หามาได้นอกจากนำไปขายแล้วยังนำมาเป็นอาหารสดและอาหารแปรรูปที่เก็บไว้รับประทานเอง

ภาพที่ 1 แสดงคณะพลเอกพระยาพหล  พลพยุหเสนา  และข้าราชการที่ท่าเรือเกาะนก  ปีพ.ศ. 2476

ภาพที่ 2 แสดงสมัยก่อน ท่าเรือเกาะนกหรือปูเลาบุหรง เป็นท่าเรือใหญ่ เรือสินค้ามาจอด มีด่านศุลกากร นักโทษเกาะตะรุเตาลงเรือที่ท่านี้ ขณะควบคุมตัวไปกักกันที่เกาะ ท่าเรือเกาะนกกลายเป็นอดีตไปแล้ว

ในอดีตอ่าวตำมะลังเป็นอ่าวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตของชาวประมงในอ่าวตำมะลัง ยังออกเรือหาปลากันทุกวัน แต่ส่วนใหญ่จะหยุดออกเรือหาปลากันทุกวันศุกร์ เพราะชาวประมงบริเวณอ่าวตำมะลังส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ผู้ชายจะต้องไปละหมาดร่วมกันที่มัสยิดและฟังคำสอนเกี่ยวกับเรื่องของศาสนาจากโต๊ะอีหม่าม เรือจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาวประมง เพราะการออกทะเลในแต่ละครั้งต้องอาศัยคลื่นทะเลและลมเป็นเครื่องมือในการทำมาหากินของชาวประมง เพราะอยู่กับทะเลต้องมีคลื่นลม  และในอดีตอ่าวตำมะลังมีการใช้เรือขนาดเล็กในการสัญจรไปมา ไม่มีถนนใช้ในการเดินทาง อีกทั้งยังไม่มีเครื่องเรือ มีแต่ใบและต้องดูทิศทางลมเพื่อช่วยทำให้เรือวิ่งเร็วขึ้นใช้ไม้พายในการแจว ชุมชนปูยูเป็นอีกชุมชนหนึ่งที่อยู่ในบริเวณอ่าวตำมะลัง ซึ่งในอดีตชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่ปูยูทุกวันพุธจะแจวเรือไปตลาด โดยเริ่มออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่ตี 5 กว่าจะถึงฝั่งก็ประมาณ 11 โมง ใช้เวลาในการเดินทาง 5 – 6 ชั่วโมง เพื่อไปรับข้าวสารที่ในหลวงทรงพระราชทานให้ และถ้าตรงกับวันที่ไม่มีข้าวสารก็กลับมาเก็บฝักถั่วขาวและมันสำปะหลัง เพื่อทำขนมกินแทนข้าวเป็นการประคับประคองชีวิต

“ตำมะลัง” ชื่อนี้จากการพูดคุยของคนเฒ่าคนแก่เล่ากันว่า เดิมทีเกาะตำมะลังมีชาวบ้านอาศัยอยู่ไม่กี่ครัวเรือน ครั้นต่อมาพ่อค้าชาวอินโดนีเซียแล่นเรือผ่านไปมา ได้แวะพักแรม บังเอิญได้พบกับนกอินทรีย์ถูกผูกติดไว้กับต้นไม้ จึงเรียกเกาะนี้ว่า “ตำมะลัง” แปลเป็นภาษาไทยว่า “ผูกอินทรีย์” (ปัจจุบันยังพบเห็นทั่วไป)

อ่าวตำมะลังเป็นอ่าวขนาดใหญ่บริเวณโดยรอบจะเต็มไปด้วยทรัพยากรป่าชายเลนที่สมบูรณ์ และ มีสิ่งก่อสร้างมากมายทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับคนสตูล บริเวณรอบๆมีหน่วยงานราชการจำนวนมาก ได้แก่  หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทะเลบัน สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 34 สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 5 (สตูล) สถานีตำรวจน้ำสตูล ค่ายทหาร มว.ปล. ที่๓ ร้อย.ร. ๕๐๒๑ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 5 (สตูล) ด่านศุลกากร สถานีประมงจังหวัดสตูล และด่านตรวจสัตว์น้ำ จังหวัดสตูล  ที่คอยตรวจคนงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง และที่สำคัญบริเวณนี้ยังมีท่าเรือน้ำลึกที่คอยรับส่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามา เพื่อจะลงเรือไปเที่ยวยังเกาะต่างๆ ในจังหวัดสตูล รวมทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการจะเดินทางไปเกาะลังกาวีประเทศมาเลเซีย ซึ่งอ่าวตำมะลังนี้ เมื่อมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับชาวสตูลอย่างมหาศาล และยังเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีแพปลาเอกชนสำหรับขึ้นเรือประมงน้ำลึก ทำให้มีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมากพื้นที่ตำบลตำมะลัง

อ่าวตำมะลังเป็นอ่าวที่ล้อมรอบไปด้วยป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์เพราะชาวบ้านในบริเวณอ่าวตำมะลังมีการรณรงค์ อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนให้คงอยู่ตลอดไปและอีกอย่างมีการใช้พื้นที่เหล่านี้ในการประกอบอาชีพอีกด้วย

พื้นที่บริเวณอ่าวตำมะลังตั้งอยู่บริเวณอำเภอเมือง จังหวัดสตูล  ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลตำมะลัง ตำบลปูยู ตำบลพิมาน และตำบลคลองขุด ในอดีตอ่าวตำมะลังมีการเลี้ยงหอยแครงมากพอสมควร แต่ปัจจุบันหอยแครงลดน้อยลงเกิดจากสาเหตุดังนี้

การใช้เครื่องมือผิดประเภท เช่น คราด เครื่องมือที่ใช้จะทำให้โคลนตมขึ้นมาทับถมหอยที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ทำให้หอยไม่สามารถปรับสภาพได้ เนื่องจากหอยแครงอาศัยอยู่ในโคลนที่ตื้น จึงทำให้หอยตาย

มีการขุดลอกคลองทำลายที่อยู่อาศัยของหอยแครง หรือบางครั้งเครื่องมือที่ใช้ในการขุดลอกคลองส่งผลกระทบต่อหอยแครงอีกด้วย

ปริมาณของน้ำฝน น้ำจะไหลลงสู่ปากอ่าวตำมะลังส่งผลกระทบต่อหอยที่เลี้ยง เพราะหอยแครงอาศัยอยู่ในน้ำเค็มปนโคลน เมื่อปริมาณน้ำฝนลงไปทำให้ความเค็มของน้ำลดลง นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อหอยแครงโดยตรง

ชาวตำมะลังได้เล่าให้ฟังว่า ในอดีตพื้นที่ป่าชายเลนในอ่าวตำมะลังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรดิน และทรัพยากรสัตว์ ประมาณ 15 – 20 ปี ที่ผ่านมาบริเวณชายฝั่งอ่าวตำมะลังมีความเสื่อมโทรมที่เกิดจากการกัดเซาะบริเวณชายฝั่ง ซึ่งมีสาเหตุมาจาก คลื่น ลม และมนุษย์ จำนวนสัตว์น้ำก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ เกิดจากการทำประมงที่ผิดวิธี เช่น การปิดอ่าว การใช้อวนลาก เป็นต้น

แต่ในปัจจุบันระบบนิเวศอ่าวตำมะลังเริ่มมีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีการต่อต้านของคนในหมู่บ้านและมีการรณรงค์ให้มีการปลูกป่าเพื่อทดแทนป่าที่หายไปให้มีความอุดมสมบูรณ์มายิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

วิถีชีวิตคนในชุมชนอ่าวตำมะลัง

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนชายฝั่งอ่าวตำมะลังส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง เช่น ออกเรือหาปลา ปู กุ้ง และกั้ง วางเบ็ดราว โพงพาง ดักปูดำ บางส่วนรับจ้างและทำงานราชการ เนื่องจากบริเวณอ่าวตำมะลังเป็นชายฝั่งที่เป็นป่าชายเลน จึงทำให้มีทรัพยากรทางทะเลอยู่มากทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ประกอบอาชีพประมงกันมาก สัตว์น้ำที่ชาวบ้านหามาได้จะนำไปขายให้กับพ่อค้าคนกลาง บางส่วนก็นำมารับประทานในครอบครัว และในบางครั้งก็นำมาแปรรูปเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น ปลาเค็มหรือปลาตากแห้ง

ประวัติชุมชนที่อาศัยอยู่แนวชายฝั่งอ่าวตำมะลัง

1. ตำบลตำมะลัง เดิมทีมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่กี่ครัวเรือนต่อมาได้มีชาวอินโดนีเซียเดินทางมาค้าขายโดยทางเรือ ได้แวะพักแรมบนเกาะและบังเอิญได้ไปพบนกอินทรีย์ถูกผูกติดไว้กับต้นไม้บนเกาะ ดังนั้นชาวอินโดนีเซียจึงเรียกเกาะดังกล่าวว่า ตำมะลัง ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า ผูกอินทรีย์ ต่อมาภายหลังเมื่อมีผู้อพยพมาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นจึงได้มีการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านและตำบลซึ่งใช้ชื่อว่า ตำมะลัง

2. ตำบลพิมาน ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาล ตามพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งเทศบาลเมืองสตูล เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2479 ซึ่งตามพระราชกฤษฎีกาให้เขตชุมชนในบรรดาตำบลอันเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดสตูล เป็นเขตเทศบาล คือบ้านพิมาน ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล

ชุมชนบ้านหัวทาง เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในตำบล พิมานเช่นกัน แต่พื้นที่ของชุมชนบ้านหัวทางจะเป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งที่มีป่าชายเลน คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง เช่น ตกปูดำ หาปลา เก็บหอย ขุดเพรียงทะเล ทำเหยื่อโพงพาง เลี้ยงปู และวางอวน เป็นต้น รองลงมาคืออาชีพรับจ้างทั่วไป และรับราชการ

3. ตำบลปูยู ปูยู เกาะหนึ่งในจังหวัดสตูลอันเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นและตำนานความรักของคนต่างเชื้อชาติที่ผสมกลืนเป็นหนึ่งเดียว รวมถึงความมั่งคั่งด้วยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่เกื้อหนุนให้คนที่นี่อยู่อย่างสันโดษ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะยึดติดกับอดีตอย่างเหนียวแน่น สังคมภายนอกมองว่ามันคือปัญหา สำหรับที่นี้ คือ วิถีชีวิต

เกาะปูยูมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 39,000 ไร่ในอดีตเป็นเพียงเกาะที่ผู้คนสัญจร ต่างหวังพักพิงเพียงเพื่อหลบภัยคลื่นธรรมชาติเป็นการชั่วคราว ใครเลยจะนึกว่า ณ บัดนี้ที่แห่งนี้ ปูยูจะเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชุมชนขนาดใหญ่เกือบ 3,000 คน รวม 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วยบ้านเกาะยาว บ้านตันหยงกาโบย และบ้านปูยู หมู่ที่ 1,2 และ 3 ตามลำดับ เกาะปูยูซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่ 2 และ 3 ตั้งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ไปทางทิศใต้ระยะทางประมาณ5 กิโลเมตรส่วนเกาะยาวห่างจากเกาะปูยูไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ3 กิโลเมตรการสัญจรภายในเกาะของชุมชนส่วนใหญ่ใช้รถจักยานยนต์หรือพ่วงข้างซึ่งสะดวกต่อการขนส่งสัมภาระ หากสัญจรสู่สังคมภายนอกหรือระหว่างเกาะใช้วิธีการโดยสารทางเรือเท่านั้น

4. ตำบลคลองขุด ตำบลคลองขุด เดิมมีการปกครองแบ่งเป็น 8 หมู่บ้าน ต่อมาได้แยกตำบลคลองขุด ออกเป็น 2 ตำบล คือ ตำบลคลองขุดกับตำบลพิมาน (เขตเทศบาลเมืองสตูลปัจจุบัน) โดยแยกออกไป 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 2 และ 3 ตำบลคลองขุดคงมีเพียง 5 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 4, 5, 6, 7 และ 8 ในปีพ.ศ. 2534 ได้แยกหมู่บ้านหมู่ที่ 7 เป็น 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 7 และ 9 ต่อมาอำเภอได้จัดลำดับหมู่บ้านใหม่ หมู่ที่ 7 เปลี่ยนเป็นหมู่ที่ 1 หมู่บ้านที่ติดบริเวณชายฝั่งอ่าวตำมะลังได้แก่ บ้านเกาะนก บ้านศาลากันตง บ้านเขาจีน และบ้านโคกพะยอม

อาชีพของคนในชุมชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งอ่าวตำมะลัง

เมื่อกล่าวถึงชายฝั่งโดยทั่วไปแล้วประชาชนทั่วโลกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งจะประกอบอาชีพประมงโดยทั่วกัน แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงชาวประมงที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวตำมะลัง ซึ่งชาวประมงในอ่าวตำมะลังส่วนใหญ่จะมีอาชีพหลัก คือ ดักโพงพาง วางอวนปู วางอวนกั้ง ดักปูดำ ฯลฯ แต่ก็มีบางส่วนที่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และรับราชการ แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดกับอ่าวใหญ่บางส่วนที่ทำอาชีพรับจ้างขับเรือข้ามฝาก เพราะ หมู่บ้านตำมะลังไม่มีสะพานที่จะข้ามไประหว่างชายฝั่งที่เป็นเกาะ จึงทำให้คนในหมู่บ้านนี้มีรายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

อ่าวตำมะลังเป็นอ่าวที่มีความสำคัญเพราะมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และมีผู้ประกอบอาชีพประมงทั้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อ่าวตำมะลังและนอกพื้นที่เข้ามาใช้ประโยชน์ได้มีการออกเรือหาปลาจับสัตว์น้ำ เช่น ปลาหนาม ปลากะตัก หอยขาว ฯลฯ ในพื้นที่ป่าบริเวณอ่าวตำมะลังมีสัตว์ประเภทลิง ค่าง ชะนี และต้นไม้ที่หลากหลาย และในอดีตค่างแว่นถิ่นใต้จะมีอยู่เยอะมาก กลางวันก็ออกหากินตามป่าชายเลนและกลางคืนจะกลับไปนอนพักที่ต้นลำพูทะเล แต่ปัจจุบันนี้ค่างแว่นเริ่มลดน้อยลง เกิดจากการล่าของมนุษย์

ลักษณะพื้นที่บริเวณอ่าวตำมะลังเป็นบริเวณที่ติดกับทะเลใหญ่ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญในบริเวณอ่าวตำมะลัง ได้แก่ ป่าชายเลน ซึ่งในอดีตมีความสมบูรณ์มาก ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรดิน และทรัพยากรสัตว์ และยังเป็นแหล่งอาหาร แหล่งรายได้ของชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวตำมะลัง

ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งอ่าวตำมะลัง มักใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้กันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะนำมาทำเชื้อเพลิง ทำบ้าน เล้าไก่ เล้าเป็ด และยังนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง เช่น สมุนไพร และอาหาร แต่ทรัพยากรทางทะเลประชาชนในพื้นที่อ่าวตำมะลังส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีการใช้ประโยชน์เอง แต่จะมีบุคคลภายนอกเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่แทน

 

คุณกำลังใช้งาน [ rmc3 ]