กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR FACEBOOK

กรมทะเล ร่วมกับ SCG จัดกิจกรรม ARTIFICIAL REEFS HACKATHON 2025 ออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ด้วย 3D Printing สู่ต้นแบบการอนุรักษ์ทะเลไทย

  • 1 ก.ย. 2568
  • 1,290
กรมทะเล ร่วมกับ SCG จัดกิจกรรม ARTIFICIAL REEFS HACKATHON 2025 ออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ด้วย 3D Printing สู่ต้นแบบการอนุรักษ์ทะเลไทย

🐳 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG จัดกิจกรรม ARTIFICIAL REEFS HACKATHON 2025” by 3D Printing Tech แข่งขันออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2568 เพื่อเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบแนวคิด นวัตกรรม เทคนิคหรือรูปแบบใหม่ของฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และสามารถตอบสนองต่อปัญหาความเสื่อมโทรมของแนวปะการังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายนิพนธ์ ทองอยู่ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เป็นประธาน และคุณกัลยา วรุณโณ Business Development and Growth Director กล่าวต้อนรับ พร้อมกันนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรม ทช. บริษัท SCG ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทรัพยากรทางทะเล นักวิชาการ คณะครูอาจารย์ และนิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล เข้าร่วมกิจกรรม ณ Innovation Technology Center SCG อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ภายในงานได้มีการบรรยายพิเศษจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากกรม ทช. และ SCG ภายใต้หัวข้อเรื่อง ปะการังไทยในอนาคต ,การฟื้นฟูปะการังโดยใช้วัสดุฐานลงเกาะ ,หลักการและวิธีการจัดทำ 3D Printing พร้อมกันนี้ เยี่ยมชมสถานที่ผลิตปะการังเทียม แบบ 3D Printing ตลอดจนกิจกรรม Workshop เพื่อระดมความคิดเห็น สร้างสรรค์ไอเดียแนวคิดปะการังใหม่ ในการแข่งขันออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing
🐳 ในโอกาสนี้ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คุณเฉลิมวุฒิ สงวนญาติ Concrete and Construction Technology Director รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทรัพยากรทางทะเล ได้ให้เกียรติเป็นกรรมการตัดสินผลงานการออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมเครือซิเมนต์ไทยท่าหลวง อำเภอบ้านหม้อ จังหวัดสระบุรี โดยมีทีมที่เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกับนำเสนอผลงานทั้งหมด 6 ทีม ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Thai Ocean Academy Pattaya และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยผลงานที่จะได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณและประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับรางวัล 20,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร รางวัลการชมเชย จำนวน 4 ทีม ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Thai Ocean Academy Pattaya และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับรางวัลทีมละ 10,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร และรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับรางวัล 20,000 บาท ซึ่งแนวคิดที่ชนะเลิศจะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นแนวทางการดำเนินงานในระดับชาติ พร้อมทั้งเป็นต้นแบบสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรปะการังที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้การอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังสามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของปัญหาในปัจจุบันและอนาคต
🐳 ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า การจัดกิจกรรม ARTIFICIAL REEFS HACKATHON 2025” by 3D Printing Tech แข่งขันออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการฟื้นฟูปะการังของประเทศไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ด้วยความร่วมมือจาก บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่ของประเทศไทย ในการสร้างนวัตกรรมฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังด้วยเทคนิค 3D printing และองค์ความรู้ จากภาคการศึกษาที่มีผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนแนวทาง เทคนิคในการฟื้นฟูทรัพยากรปะการังของประเทศไทย ซึ่งกรมฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้ให้ความสนใจและตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันฟื้นฟู คืนความสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย ให้คงอยู่ และมีใช้อย่างยั่งยืน และในโอกาสนี้ต้องขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัล โดยกรมฯ และ SCG จะนำผลงานดังกล่าวไปต่อยอดการพัฒนาระบบโครงสร้างปะการังเทียมด้วย 3D Printing ให้เกิดประสิทธิภาพเหมาะกับสภาพแวดล้อมปะการังใต้ท้องทะเลต่อไป
“เป็นที่ทราบดีว่าแนวปะการังของประเทศไทยนั้น มีความสำคัญทั้งในด้านระบบนิเวศ คือ เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในทะเลหลากหลายชนิด และในด้านเศรษฐกิจและสังคม คือ เป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างอาชีพให้กับประชาชนทั้งทางตรง และทางอ้อม ซึ่งจากการเก็บข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าแนวปะการังของประเทศไทยที่เคยอุดมสมบูรณ์ เริ่มเกิดความเสื่อมโทรมจากหลายสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยทางธรรมชาติ และปัจจัยที่เกิดจากการกระทำและกิจกรรมของมนุษย์ ดังนั้น กรมฯ จึงมีวิธีการฟื้นฟูทรัพยากรปะการัง โดยวิธีที่เป็นที่นิยมและใช้กันอย่างกว้างขวางคือการใช้ฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ซึ่งได้พัฒนารูปแบบการฟื้นฟูปะการังที่ทันสมัยและสอดคล้องกับความเป็นจริง เพิ่มประสิทธิภาพของฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังให้มีความหลากหลายและตอบสนองต่อปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ถือเป็นนิมิตหมายที่สำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับการปรับปรุงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดในอนาคต และเปิดพื้นที่ให้เกิดนวัตกรรมและแนวคิดใหม่ ๆ อันจะช่วยขับเคลื่อนการฟื้นฟูปะการังให้ก้าวหน้าและยั่งยืน“ ดร.ปิ่นสักก์ กล่าว
🐳 คุณเฉลิมวุฒิ สงวนญาติ Concrete and Construction Technology Director หน่วยงาน Innovation and Technology ธุรกิจ SCG Cement and Green Solutions กล่าวว่า SCG มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยี 3D Printing และปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการลงเกาะของตัวอ่อนและมีความทนทานต่อสภาพใต้ท้องทะเลใกล้เคียงกับธรรมชาติ พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ทำให้เกิดการบูรณาการทรัพยากร ทั้งในด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยี สามารถขยายผลในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูปะการังได้อย่างแท้จริง และยังสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการดูแลทรัพยากรของชาติอีกด้วย

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง