DMCR NEWS

สถานการณ์เต่ามะเฟือง ในประเทศไทย
มาตรการดูแลหลุมวางไข่เต่า

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้มีการดำเนินมาตรการระยะต่างๆ เพื่อป้องกันพื้นที่วางไข่ของเต่าดังกล่าว และสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่ ดังนี้
          1. กั้นรั้วรอบหลุมไข่ และจัดเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองทัพเรือ โรงเรียน และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ เฝ้าระวังบริเวณ

              หลุมไข่ในช่วงเวลากลางคืน
          2. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เดินลาดตระเวนบริเวณชายหาด เพื่อเฝ้าสังเกตแม่เต่าที่อาจกลับขึ้นมาวางไข่อีกครั้ง ในช่วง 10-15 วันหลังจากการขึ้นวางไข่

              ครั้งล่าสุด
          3. ติดป้ายประกาศเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนและลดภัยคุกคาม เกี่ยวกับชนิดของเต่าที่วางไข่ ข้อพึงปฏิบัติที่เหมาสมในการเข้ามาชมหรือ

              ถ่ายภาพบริเวณหลุมฟักไข่ ตลอดจนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
          4. ติดตั้งกล้องถ่ายทอดสดแบบ real time รวม 6 ตัว เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยกล้องตัวที่ 1-5 ใช้ในการเฝ้าสังเกตพื้นที่โดยรอบ เพื่อใช้ในการเฝ้าสังเกตแม่เต่าที่อาจกลับขึ้นมาวางไข่อีกครั้งตามรอบพัฒนาการของไข่ที่เหลือในท้องแม่เต่า
  ส่วนกล้องตัวที่ 6 ทั้งใช้เฝ้าสังเกตหลุมไข่ และใช้ติดตามการฟักตัวของลูกเต่า โดยสามารถรับชมผ่าน URL http://loveseaturtle.dmcr.go.th/ (หาดคึกคัก)
และ URL http://loveseaturtle2.dmcr.go.th/ (หาดท่าไทร)
          5. จัดงานแถลงข่าว และเปิดศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟือง ณ หาดคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561
          6. จัดลงนามอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 กรม ทช. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมในพื้นที่ ประมาณ 500 คน จัดพิธีลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย (จังหวัดพังงา-ภูเก็ต) Declaration on Marine Turtles
                Conservation of Thailand (Phangnga-Phuket) February 20, 2019 ณ หาดคึกคัก จ.พังงา โดยมีผู้แทนหน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ชุมชนในพื้นที่ 24 หน่วยงาน ร่วมลงนามในปฏิญญานี้

          ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการเพาะฟักและอนุบาลเต่ามะเฟืองที่เหมาะสม เนื่องจากเต่าดังกล่าวมีจำนวนในธรรมชาติน้อยมาก ประกอบกับการอนุบาลลูกเต่ามะเฟืองในทั่วโลกยังไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ตามหลักวิชาการควรให้ไข่เต่าเพาะฟักในพื้นที่เดิมซึ่งมีสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม และเพื่อให้ลูกเต่าที่ฟักจากไข่สามารถจดจำและสามารถกลับมาวางไข่ในพื้นเดิมตามกระบวนการทางธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงได้ทำการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้นบริเวณหลุมไข่ เพื่อเป็นองค์ความรู้ทางวิชาการในอนาคต

          นอกจากนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา หน่วยงานราชการ เครือข่ายอาสาสมัคร และผู้ประกอบการในพื้นที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ ส่งเสริมสภาพสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการวางไข่ และป้องกันพื้นที่วางไข่ของเต่าดังกล่าว เช่น ขอความร่วมมือให้โรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่ซึ่งแม่เต่ามีโอกาสวางไข่ ตั้งแต่เขาหลักจนถึงหาดไม้ขาวในบริเวณที่เหมาะสมต่อการวางไข่ของเต่าทะเล ช่วยกันหรี่ไฟริมชายหาด การจัดทีมอาสาสมัครตรวจตราการขึ้นวางไข่ของเต่า การจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด

การดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่วางไข่เต่า และติดตามสภาพแวดล้อมบริเวณหลุมไข่เต่า