จากกรณีชาวบ้านที่อยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงครามได้พบซากปลากระเบนจำนวนมากลอยในแม่น้ำแม่กลองตามกระแสน้ำขึ้นลง และ รศ.สพญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ และอาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อม ร.ท.พัชรโรดม อุนสุวรรณ ประธานชมรมอนุรักษ์ปลากระเบนสมุทรสงคราม ลงเรือสำรวจปลากระเบนในแม่น้ำแม่กลอง เพื่อนำตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจหาสาเหตุการตาย ต่อมานายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วย รศ.สพญ.ดร.นันทริกา และ ร.ท.พัชรโรดมได้ร่วมกันนั่งเรือตรวจการณ์เทศบาลเมืองสมุทรสงครามออกตรวจเยี่ยมผู้เลี้ยงปลากระชังที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง พบว่าปลากะพงตายเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าฯสมุทรสงครามได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมงจังหวัด, ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง, สำนักงานพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ชลประทานจังหวัด และนายอำเภอทั้ง 3 อำเภอ ร่วมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหากรณีปลากระเบนในแม่น้ำแม่กลองตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดพบซากปลากระเบนแล้ว 13 ตัว จึงให้เจ้าหน้าที่นำขึ้นมาเผาทำลายที่วัดท้ายหาด ต.ท้ายหาด อ.เมืองสมุทรสงคราม โดยนายคันฉัตรได้ขอให้ทางชลประทานประสานงานเขื่อนต้นน้ำทั้ง 2 เขื่อน คือ เขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนศรีนครินทร์ ปล่อยน้ำให้มากขึ้นเพื่อมาไล่น้ำเสียออกไป มิเช่นนั้นอาจมีปลาตายเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่นายมนัส สุดพวง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดสมุทรสงคราม บอกว่า น้ำในเขื่อนมีประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร จะให้นำน้ำมาเสี่ยงภัยแล้งกับปัญหานี้ไหม ขณะที่น้ำในเขื่อนปริมาณยังไม่มาก และการจะเพิ่มน้ำใช้น้ำต้องขออนุญาตรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯสมุทรสงครามได้กล่าวกลางที่ประชุมว่า เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเพียง 7 วัน มาเจอเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกเสียใจมากที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน พร้อมตำหนิหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ารายงานช้ามาก ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วกว่านี้ และยังกำชับให้ทุกฝ่ายจากนี้ไปมีอะไรขอให้รายงานโดยตรงทั้งในระบบแอพพลิเคชั่นไลน์ หรือโทรศัพท์โดยตรงมาที่ตนเองให้เร็วที่สุด เพราะจะได้มีข้อมูลในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยกันฟื้นฟูแม่น้ำแม่กลองขึ้นมาโดยเร็ว นอกจากนี้ยังสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องห้ามกลับบ้านเสาร์-อาทิตย์นี้จนกว่าปัญหาปลากระเบนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อีกทั้งประสาน จ.ราชบุรีตรวจสอบโรงงานที่มีภาพข่าวปล่อยน้ำเสียว่าเกี่ยวข้องหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมทางจังหวัดได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากชาวบ้านว่า พบซากปลากระเบนอีก 3 ตัวที่บริเวณหน้าวัดไทร 1 ตัว หน้าวัดบางกุ้ง 1 ตัว และบางนกแขวกอีก 1 ตัว ซึ่งรวมซากปลากระเบนที่พบขณะนี้ 16 ตัวแล้ว ภายหลังประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงรุดไปตรวจสอบซากปลากระเบนที่วัดไทร ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม พบซากปลากระเบนขนาดใหญ่กว้างกว่า 2 ม. ยาวตั้งแต่หัวจรดปลายหางเกือบ 3 ม. สภาพยังไม่เน่า จึงมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบสาเหตุการตายเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าปลากระเบนตายจากสาเหตุอะไรกันแน่
ขอขอบคุณข้อมูลภาพ – ข่าวจากเว็บไซต์ มติชนออนไลน์