เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ดำเนินการติดตั้งทุ่นจอดเรือในพื้นที่แนวปะการังรอบเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 80 จุด เป็นทุ่นฐานคอนกรีตขนาด 1x1x1 เมตร จุดละ 2 ฐาน น้ำหนักรวม 5 ตัน สามารถผูกเรือขนาดความยาวไม่เกิน 30 เมตรได้จุดละ 2 ลำ เพื่อป้องกันการทิ้งสมอเรือท่องเที่ยวในบริเวณแนวปะการังบริเวณเกาะเต่า ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการบริหารจัดการพื้นที่และฟื้นฟูปะการังในพื้นที่นำร่องเกาะเต่า ถือเป็นส่วนหนึ่งที่กำหนดไว้ในแผนบริหารจัดการพื้นที่ทรัพยากรเกาะเต่า
นายบำรุงศักดิ์ ฉัตรอนันทเวช ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกล่าวว่า ปัจจุบันการบริหารจัดการทุ่นเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย ได้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่หลายหน่วยงานทั้งหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบโดยตรง และหน่วยงานที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันเพื่อการบริหารจัดการของแต่ละพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ มีหน้าที่รับผิดชอบวางทุ่นในพื้นที่ภายใต้การดูแลของแต่ละหน่วยงาน เช่นในอดีต กรมประมง ดูแลรับผิดชอบการวางทุ่นตามแนวปะการังตามเกาะ และอ่าวต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งที่อยู่นอกเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ แต่ปัจจุบันงานส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในขณะที่กรมป่าไม้ดูแลการบริหารจัดการทุ่นในบริเวณอุทยานแห่งชาติทางทะเล และพื้นที่อนุรักษ์ แต่ปัจจุบันงานส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมทั้ง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีส่วนช่วยในการสนับสนุนการบริหารจัดการ ตลอดจนการติดตั้งทุ่นในบริเวณที่มีการใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยว
นายบำรุงศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยทั่วไปลักษณะของทุ่นจอดเรือมีส่วนประกอบอยู่ 3 ส่วน คือ 1. ฐานทุ่น เนื่องจากน้ำมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลาจากแรงลมหรือจากกระแสน้ำฐานนี้จึงเป็นส่วนที่มีหน้าที่ในการยึดตำแหน่งของทุ่น และเรือไม่ให้มีการเคลื่อนที่ไปตามกระแสน้ำหรือลม 2. สายยึดโยง หรือสายทุ่น ทำหน้าที่โยงฐานทุ่นที่อยู่ที่พื้นทะเลขึ้นมายังผิวน้ำ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้ในการยึดเรือให้อยู่กับที่วัสดุที่ใช้มีหลากหลายแบบ โดยทั่วไปจะเป็นเชือกที่ทำจากวัสดุที่เป็นเส้นใยชนิดต่าง ๆ หากต้องการแรงดึงมาก ๆ มักใช้โซ่ที่ทำจากเหล็กซึ่งสามารถรับแรงดึงได้มากและมีความคงทนกว่าเชือกแต่โซ่เหล็กก็มีปัญหาด้านราคาและน้ำหนักที่มากกว่าเชือกมาก
อีกทั้งยังเป็นสนิมได้ง่าย และ 3. ทุ่นลอยหลัก ทำหน้าที่ชูสายทุ่นเอาไว้บนผิวน้ำเพื่อผู้ใช้จะได้นำสายทุ่นมาใช้ได้โดยไม่ต้องดำน้ำลงไปผูกกับวัตถุใต้น้ำและทำหน้าที่เป็นตัวบอกตำแหน่งของสายทุ่นหรือบริเวณที่เราต้องการใช้เป็นจุดอ้างอิง โดยเมื่อจัดวางทุ่นแล้วเสร็จทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะดำเนินการส่งมอบให้เทศบาลเกาะเต่าจัดตั้งงบประมาณในการดูแลอย่างต่อเนื่องต่อไป