กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปรับขั้นสูงสุด โรงงานราชบุรีเอทานอลปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำแม่กลอง แต่ยังไม่ฟันธงว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลากระเบนราหูใน แม่น้ำแม่กลองตาย
สั่งปรับ “โรงงานราชบุรีเอทานอล” เหตุปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำแม่กลอง กระทรวงอุตสาหกรรมนำเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ตรวจสอบโรงงานและการระบายน้ำทิ้งของโรงงานลงสู่แม่น้ำแม่กลอง แบ่งเป็น จ.สมุทรสงคราม 8 แห่ง และ จ.ราชบุรี 19 แห่ง ไม่พบโรงงานใดใช้สารไซยาไนด์ในกระบวนการผลิต
นายสุรพล ซามาตย์ รักษาการผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมจะใช้ไซยาไนน์ในอุตสาหกรรมเหล็ก การชุบโลหะ และการผลิตเมลามีน ซึ่งไม่อยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังสามารถพบสารไซยาไนน์ในการบ่มเพาะงานเกษตรกรรม การใช้ยาฆ่าแมลงและยาปราบวัชพืชได้เช่นกัน
สวนทางกับผลการวิเคราะห์ซากปลากระเบนของ รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พบมีสารไซยาไนด์ตกค้างอยู่ในเนื้อเยื่อปลา
ส่วน โรงงานราชบุรีเอทานอล ที่พบว่าน้ำกากรั่วไหลสู่คลองแฉลบและไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 4 แสนบาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตาม พ.ร.บ.โรงงาน ปี 2535 และออกคำสั่งให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
ด้าน กรมควบคุมมลพิษ ได้ทำโมเดลจำลองค่าไนโตเจนและแอมโมเนีย หลังพบสาเหตุที่ทำให้ปลากระเบนตาย เพราะมีระดับไนโตรเจนหรือแอมโมเนียในเลือดสูง ซึ่งอาจไปกระทบกับการทำงานของไต
ทั้งนี้ กากน้ำตาลเป็นสารตัวมีระดับแอมโมเนียสูง ทางกรมจึงเก็บตัวอย่างน้ำเสียจากโรงงานมาทดสอบ หากพบว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ปลากระเบนในแม่น้ำแม่กลองเสียชีวิต ทางกรมจะฟ้องร้องตามกฎหมายให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิด ขึ้น
โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม จะเชิญ ผู้ประกอบการที่เลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำแม่กลอง ตั้งแต่พื้นที่อำเภอบางคนที อัมพวา และอำเภอเมือง เข้าชี้แจงความเสียหายเพื่อรวบรวมเป็นหลักฐาน ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับโรงงานเอทานอลราชบุรี
ข้อมูลจากเว็บไซต์ PPTV HD 36