นักวิชาการหวั่น “เรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย” ทำสัตว์ทะเลบาดเจ็บหรือตาย แนะศึกษาผลกระทบหลังเปิดให้บริการ

โครงการเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย เชื่อมต่อระหว่างพัทยา-กรุงเทพ-หัวหิน เพิ่มความสะดวกการเดินทางให้นักท่องเที่ยว เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ค่าโดยสาร รูปแบบการให้บริการ รวมไปถึงผลกระทบต่อสัตว์ทะเล ล่าสุดตามรายงานข่าวระบุว่าเรือเฟอร์รี่จะเริ่มเปิดให้บริการ ในวันที่ 1 ม.ค. 2560 โดยนำร่องให้บริการวิ่งวันละ 2 เที่ยว ด้วยเรือขนาดความจุ 150 คน ความเร็ว 27 นอต
วันนี้ (16 พ.ย. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์ทะเล ว่า เรื่องที่อยากเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟังตอนนี้คือ #เฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย มาลองดูกันสิว่าอะไรเป็นอะไร อ่าวไทยรูปตัว ก. ชื่อก็บอกแล้วว่าลักษณะเป็น “ก” พัทยาอยู่ด้านตะวันออก หัวหินอยู่ตะวันตก กรุงเทพอยู่ด้านบน ด้วยตำแหน่งที่ตั้งแบบนี้ ไม่น่าแปลกที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีแนวคิดในการทำเรือวิ่งเป็น 3 เหลี่ยม พัทยา-กรุงเทพ-หัวหิน

ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนก็เคยมีการวิ่งเรือทำนองนี้ แต่ผลคือขาดทุนจนเจ๊งไปในเวลาอันไม่นาน เพราะค่าโดยสารแพงจนคนไทยไม่ใช้ แม้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บ้างก็ไม่มากพอ จนมาถึงเมื่อ 4-5 ปีก่อน มีแนวคิดขึ้นมาอีกครั้งและสานต่อมาเรื่อย จนเริ่มเป็นรูปร่าง เมื่อกลุ่มทุนใหญ่ให้ความสนใจ
รายงานข่าวบอกว่าต้องลงทุนประมาณ 1.5 หมื่นล้าน ใช้เรือคาตามารันความเร็วสูงถึง 80 นอต จะเชื่อมต่อสองฝั่งพัทยา-ปราณบุรี ภายในเวลา 75 นาที (ระยะทางประมาณ 115 กิโลเมตร)
ข่าวเงียบไปก่อนฮือฮาอีกครั้งเมื่อมีข่าวว่า จะเริ่มเดินเรือในวันที่ 1 มกราคม 2560 หลายคนก็ดีใจ มีทางเลือกที่สะดวกยิ่งขึ้น บางคนก็หวั่นวิตก ว่าจะรบกวนสัตว์โดยเฉพาะวาฬบรูด้าในอ่าวหรือเปล่าหนอ ?

ผมพยายามค้นข้อมูลจนพบว่าที่จะเริ่มวิ่งในปีใหม่ เป็นเรือเฟอร์รี่ขนาดเล็กใช้ขนคนอย่างเดียว แต่ละลำจุได้ 150 คน ความเร็ว 27 นอต มีเรือ 1 ลำ วิ่งวันละ 2 เที่ยว (เรือในแผนภาพเป็นเรือ 80 นอต ที่ยังไม่เห็นข่าวว่าจะวิ่งนะครับ) ความเร็ว 27 นอต ตกประมาณ 50 กม./ชม. หรือประมาณเท่าเรือเร็วทั่วไป หากคิดภาพก็เหมือนเรือที่วิ่งไปมาแถวสมุย พะงัน และเกาะเต่า ที่วิ่งไปมาวันละหลายเที่ยว
เรือพวกนี้วิ่งเร็วแต่ไม่ถึงขั้นเหาะได้ เหมือนเรือที่อยู่ในแผนงาน หากคิดแล้วคงใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงในการวิ่งเชื่อมสองฝั่ง เวลากว่า 2 ชั่วโมงอาจดูนาน แต่ถ้าเทียบกับการนั่งรถแล้ว อาจใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง ซึ่งก็ประหยัดเวลาได้พอสมควร แต่สิ่งที่ต้องคิดคือค่าตั๋วแพงไหม ?
ค่าตั๋วที่แพงเป็นพันบาทนี่แหละทำให้คราวก่อนเจ๊งไป ครั้นจะทำให้ถูกกว่านี้ก็ไม่ใช่ง่าย หากลองเทียบกับราคาเรือที่วิ่งแถวเกาะเต่าเกาะสมุย ผมคิดว่าตอนจบก็ได้ราคาอยู่มาต่ำพันเล็กน้อย ไม่มีทางที่จะราคา 2-3 ร้อยบาทแน่ ตามข่าวที่ออกมาจะประมาณ 800-1,000 บาทครับ เมื่อราคาระดับนี้ คนที่ใช้ก็ต้องเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะคนไทยคงไม่คิดข้ามไปเที่ยวพัทยา-หัวหิน โดยต้องจ่ายเงินเพิ่มในระดับนั้น ส่วนที่ว่าจะหาคนต่างชาติมาได้มากพอไหม ผมคิดว่ามีนักท่องเที่ยวสองฝั่งมากเกินพอ แต่จะยินดีจ่ายเงินหรือเปล่า เรื่องนั้นคงลองดูกัน
ปัญหาอีกประการคือคลื่นลม โดยเฉพาะช่วงเข้าหน้าหนาว ลมพัดจากเหนือลงใต้ เรือวิ่งตัดแนวตะวันออก-ตะวันตก เรือก็ต้องโคลงหน่อยเป็นธรรมดา ถ้าสัก 20-30 นาทีก็พอว่า เจอเข้าไป 2 ชั่วโมงก็ต้องวัดใจกันหน่อย

มาถึงเรื่องการรบกวนสัตว์ทะเล ปัจจุบันปัญหาเรื่องสัตว์ทะเล เช่น เต่า โลมา บาดเจ็บหรือตายเพราะเรือเกิดเป็นประจำ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในฝั่งอันดามัน เพราะมีเรือเร็ววิ่งหนาแน่นมาก เรือเฟอร์รี่ที่จะวิ่งด้วยความเร็ว 27 นอต เท่ากับแถวสมุยพะงัน เท่ากับเรือเร็วนับพันลำที่วิ่งฉิวอยู่ในฝั่งอันดามัน ถามว่ารบกวนสัตว์ไหม ? ก็ต้องบอกว่ารบกวน แต่เราจะไปเจาะจงเฉพาะเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไม่ได้ ถ้าจะทำก็ต้องทำทั้งระบบ
การจัดระเบียบการวิ่งของเรือในทะเล รับประกันว่าไม่ง่ายแน่ แต่ถ้าถามความรุนแรงของปัญหา บอกได้ว่าแรงกว่ารถวิ่งชนสัตว์ในป่าเสียอีก แม้กระทั่งเต่ามะเฟืองก็เคยโดนเรือชนตาย (เต่ามะเฟืองเป็นสัตว์สงวน หากเทียบความรุนแรงให้เท่ากัน ก็ต้องประมาณกวางผาโดนรถชนครับ)
ในความคิดของผมเมื่อเริ่มต้นด้วยเรือที่ความเร็วปรกติ วิ่งวันละ 2 เที่ยว ก็คงต้องศึกษาผลกระทบไว้บ้าง แต่ถ้าใช้เรือตามแผนงาน วิ่งความเร็ว 80 นอต อย่างนั้นต้องทำการศึกษาอย่างจริงจัง เพราะเป็นเรือความเร็วสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏในไทย
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ PPTV HD36