กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

“ทีดีอาร์ไอ” ชี้การค้าชายแดนไทย-ลาว-จีน โตแค่ร้อยละ 3 ไม่คุ้มระเบิดแก่งแม่น้ำโขง

  • 18 ม.ค. 2560
  • 1,291
“ทีดีอาร์ไอ” ชี้การค้าชายแดนไทย-ลาว-จีน โตแค่ร้อยละ 3 ไม่คุ้มระเบิดแก่งแม่น้ำโขง

 

          ภาคประชาชน เสนอรัฐบาลทบทวนโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง หวั่นกระทบระบบนิเวศ ชี้ไม่คุ้มสูญเสีย แหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ TDRI เผยข้อมูลเศรษฐกิจค้าชายแดนเชียงของ – เชียงแสนโตช้าแค่ร้อยละ3 เปิดเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ไม่คุ้ม
          วันนี้(17 ม.ค.2560) ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จัดเวทีวิพากษ์โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง เสนอให้รัฐบาลทบทวนการศึกษาโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง หลังจากกรมเจ้าหน้า กระ ทรวงคมนาคมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบแผนการพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ค.ศ.2015 -2025 โดย ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้มีการศึกษาเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2559
          น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ ผู้ประสานงานการรณรงค์ประเทศไทย องค์การแม่น้ำนานาชาติ บอกว่า โครงการพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ถูกผลักดันมาหลายรัฐบาล และได้มีการยับยั้งโดยกระทรวงกลาโหม สมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ให้ชะลอโครงการเนื่องจากเกาะแก่ง และคอนผีหลง ยังมีการพิพากษ์เรื่องการปักปันเขตแดน จนถูกนำกลับมาเสนออีกครั้งในรัฐบาลนี้ โดยให้ศึกษาการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงที่ยังเหลืออยู่ เพื่อปรับปรุงและเปิดร่องน้ำให้เรือขนสินค้าขนาด 300 ตันสามารถเดินเรือผ่านได้ทุกฤดูกาล จากท่าเรือซือเหมา ประเทศจีน ไปจนถึงท่าเรือหลวงพระบาง ประเทศลาว รวมระยะทาง 886 กิโลเมตร
          น.ส.เพียรพร กล่าวว่า หากมีการระเบิดแก่งเปิดร่องน้ำในบริเวณคอนผีหลง ซึ่งเป็นแก่งที่ใหญ่ที่สุดเพียงแก่งเดียวที่เหลืออยู่และเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ จะยิ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแม่น้ำโขง ซ้ำเติมผลกระทบจากเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่สร้างในประเทศจี น และเขื่อนไซยะบุรี ที่ทำให้ระดับน้ำและกระแสน้ำในแม่น้ำโขงขึ้นลงผิดปกติกระทบต่อเกษตรกรรมริมแม่น้ำโขง รวมถึงระบบนิเวศความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลาที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
          ด้าน นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำแม่น้ำโขง – ล้านนา บอกว่า ชาวอำเภอเชียงแสน และเชียงของ ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำโขงได้รับผลกระทบมาตั้งแต่เขื่อนผลิตไฟฟ้าในจีนสร้างแล้วเสร็จ ปี 2539 ระดับน้ำโขงขึ้นลงเร็วกว่าผิดปกติ ส่งผลต่อการอพยพของปลาชนิดต่างๆ จากโตนเลสาบ ประเทศกัมพูชาที่จะขึ้นมาวางไข่ในบริเวณนี้ เนื่องจากยังคงที่มีเกาะแก่งให้ปลาวางไข่หลายจุด แต่การพัฒนาเขื่อนผลิตไฟฟ้า และการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงระยะที่ 1 ในจีน พบผลกระทบยังรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะแหล่งอาหารถูกทำลาย จากความผันแปรของน้ำในแม่น้ำโขง
          “จากการศึกษาชนิดพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขง ของศูนย์วิจัยไทบ้านพบว่า ปัจจุบันพบปลาในพื้นที่เพียง 86 ชนิด มีพรรณพืชมากกว่า 800 ชนิด เป็นพืชสมุนไพร และพืชที่ใช้ทำอุปกรณ์หาปลาที่อยู่ในพื้นที่คอนผีหลง ซึ่งมีเกาะแก่งมากกว่า 51 แก่ง หากมีการระเบิดแก่งที่มีอยู่ เท่ากลับมาระบบนิเวศที่เคยเกื้อกูลกันถูกทำลายลง กระทบต่อวิถีชีวิตของประมงในแม่น้ำโขง”นายสมเกียรติ กล่าว 

ที่มา  เว็บไซต์ ThaiPBS News

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง