
รอยเตอร์ - ทางการนิวซีแลนด์ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเจาะรูในซากวาฬราว 300 ตัวที่กำลังบวมอืดเพื่อป้องกันการ “ระเบิด” วันนี้ (13 ก.พ.) หลังจากมีฝูงวาฬหลงทางเข้ามาเกยตื้นที่ชาดหาดของเกาะใต้กว่า 600 ตัว และล้มตายไปเป็นจำนวนมากตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
หน่วยกู้ภัยหลายร้อยคนได้ช่วยวาฬนำร่องที่ยังรอดชีวิตกลับลงทะเลได้ราวๆ 400 ตัวตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นการเกยตื้นของวาฬฝูงใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในนิวซีแลนด์
อย่างไรก็ตาม ยังมีวาฬอีกหลายร้อยตัวที่ล้มตายไป ซึ่งกระทรวงการอนุรักษ์ (DOC) ก็ได้สั่งห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้ซาก และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หากพบซากวาฬลอยอยู่ในทะเล หรือลอยไปเกยหาดในจุดอื่นๆ
“เราได้ปิดพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าไป เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ซากวาฬจะระเบิด” กระทรวงการอนุรักษ์แถลง
โฆษกกระทรวงให้สัมภาษณ์ต่อสื่อวิทยุท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งสวมชุดป้องกันได้ใช้มีดและเข็มยาว 2 เมตรเจาะรูในซากวาฬ “เหมือนเจาะลูกโป่ง” เพื่อระบายแก๊สที่สะสมอยู่ภายใน
ทั้งนี้ คาดว่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าซากวาฬเหล่านี้จะย่อยสลายเหลือแต่โครงกระดูก
สำหรับฝูงวาฬที่รอดชีวิตได้ว่ายน้ำออกไปไกลจากฝั่งแล้วราวๆ 6 กิโลเมตร เมื่อเย็นวันอาทิตย์ (12)
วาฬนำร่องราว 400 ตัวได้หลงเข้ามายังเขตน้ำตื้นทางตอนเหนือของเกาะใต้เมื่อวันพฤหัสบดี (9) จากนั้นก็มีวาฬฝูงใหม่อีก 200 ตัวเข้ามาเกยตื้นซ้ำอีกในวันเสาร์ (11)
โปรเจกต์ โจนาห์ (Projecy Jonah) องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ระบุว่า ชายฝั่งโกลเดนเบย์ของนิวซีแลนด์มักจะมีฝูงวาฬหลงทางเข้ามาบ่อยครั้ง เนื่องจากน้ำทะเลที่ค่อนข้างตื้นและขุ่นข้นรบกวนความสามารถในการรับคลื่นเสียงของวาฬ และทำให้พวกมันเสี่ยงต่อการเกยตื้นเมื่อกระแสน้ำลง
วาฬนำร่องไม่จัดอยู่ในสายพันธุ์ที่เสี่ยงอันตราย (endangered) แต่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจำนวนประชากรของพวกมันในนิวซีแลนด์มีมากน้อยแค่ไหน

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์