
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ จ.ปัตตานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพคลื่นลมบริเวณชายฝั่งปัตตานียังคงมีกำลังแรงและคลื่นได้ซัดชายหาดสร้างความเสียหายทรายริมฝั่งถูกพัดลงสู่ทะเล ทำให้ชายหาดหายไป เช่น ตลอดแนวชายหาดในเขตคำบลตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง โดยเฉพาะที่บ้านท่าด่าน ไม่มีเขื่อนหินป้องกันคลื่น คลื่นเริ่มกัดเซาะชายฝั่งเข้ามาจนถึงแนวมะพร้าวริมชายหาด มะพร้าวบางต้นถูกคลื่นกัดเซาะทรายออกไปจนต้นไม้ชายทะเลล้มเห็นเป็นซากไม้ และมีถนนที่ริมทะเลถูกกัดเซาะเสียหาย ใช้การไม่ได้หลายจุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ม.3 บ้านท่าด่าน ค.คะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ที่ประกอบอาชีพทำการประมง ต่างโอดครวญว่า พื้นที่ชายฝั่งถูกคลื่นกัดเซาะหายไปทุกปี ปีละ 10-20 เมตร ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถนนเส้นทางริมทะเล หายไปแล้ว 1 กม. และ ห่างจากหมู่บ้าน เขตรอยต่อ อ.ปะนาเระ หายไปอีก 3 กม. บางคนที่ดินหายไปกว่า 10 ไร่ เคยขอความช่วยเหลือทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ปรากฏว่าเนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ ทาง อบต.ไม่มีงบประมาณ แต่ชาวบ้านเคยแจ้งทางจังหวัด และมีหลายหน่วยงานมาตรวจสอบแต่ก็หายไปทุกครั้ง ชาวบ้านเชื่อว่า ถ้าผู้รับผิดชอบปล่อยปละละเลย ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถนนเลียบชายทะเล 10 กว่า กม. หายไป ที่ดินชาวบ้านเป็นร้อยๆไร่ก็จะหายไปเช่นกัน เรือประมงต้องมาจอดในหมู่บ้านแล้ว เพราะชายฝั่งถูกกัดเซาะ และชาวบ้านเชื่อว่าหมู่บ้านอาจจะถูกกลืนไปหมด
ส่วนอาชีพชาวประมงที่ต้องออกหาปลาต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกับการประกอบอาชีพ ไม่สามารถนำเรือประมงพื้นบ้านออกหาปลาในทะเลได้เพราะคลื่นลมแรง เกรงจะได้รับอันตราย ทำให้ขาดรายได้ไปจุนเจือครอบครัว ซึ่งปีนี้ ถือว่ามีคลื่นลมแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องกู้ยืมจากเพื่อนบ้าน สร้างความเดือดร้อนไปตามๆกัน
ที่มา มติชนออนไลน์