
ทช.เผยผลชันสูตรลูกวาฬบรูด้าติดซอกหินบ้านคุ้งโตนด อุทยานฯเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบตายมาแล้ว 5-7 วัน ซากเน่า ผิวหนัง-กระดูกสันหลังบางส่วนหลุดหาย ไม่พบร่องรอยเครื่องมือประมง คาดพลัดหลงจากแม่ ถูกคลื่นซัดแรงจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า กรณีพบซากวาฬขนาดใหญ่เกยซอกหิน บริเวณบ้านคุ้งโตนด ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและนำซากวาฬไปผ่าชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตาย
น.ส.สุทธิลักษณ์กล่าวว่า ผลการชันสูตรพบเป็นวาฬบรูด้า เพศผู้ ยาว 5.5 เมตร หนักประมาณ 500-600 กิโลกรัม อายุประมาณ 3-6 เดือน สภาพซากเน่า คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 5-7 วัน ลักษณะภายนอก พบกะโหลก กรามล่าง กระดูกครีบข้างทั้ง 2 ข้าง กระดูกเชิงกรานและกระดูกสันหลังบางส่วนหลุดหาย เนื่องจากถูกคลื่นซัด ผิวหนังบางส่วนหลุดลอก ไม่พบร่องรอยของเครื่องมือประมง เช่น รอยอวน หรือรอยที่เกิดจากการรัด จากการชันสูตรซาก พบกระดูกซี่โครงซี่แรกมีหัว 2 หัว (Double head of 1st rib) ซึ่งแสดงว่าเป็นวาฬบรูด้า กล้ามเนื้อบริเวณด้านซ้ายของกลางลำตัวและส่วนหัวมีการบวมช้ำ ตับเนื้อค่อนข้างเละ กล้ามเนื้อส่วนใหญ่เน่าสลาย อวัยวะภายในหลุดหายบางส่วนและเน่าสลายบางส่วน จึงทำการเก็บตัวอย่างผิวหนังเพื่อศึกษาพันธุกรรม และกระดูกที่เหลือเพื่อใช้ศึกษาทางชีววิทยาต่อไป ส่วนสาเหตุการตายคาดว่าเกิดได้ 2 สาเหตุคือป่วยและพลัดหลงกับแม่ ซึ่งทั้ง 2 ข้อสันนิษฐานเกิดร่วมกับสภาพทะเลมีคลื่นลม ทำให้สัตว์ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงเกิดการกระแทกทำให้บริเวณกล้ามเนื้อบอบช้ำ
อธิบดี ทช.กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ทช.ได้จัดอบรมหลักสูตรช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเป็นประจำ ปีละ 5-8 หลักสูตร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน จึงทำให้ได้รับการแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว และมีเครือข่ายร่วมปฏิบัติงานในการเข้าชันสูตรซากวาฬ ซึ่งมีขนาดใหญ่ต้องใช้กำลังคน พาหนะเคลื่อนย้ายและฝังซาก

ที่มา มติชนออนไลน์