
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุ การระบายน้ำเสียจากเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญในจังหวัดภูเก็ตลงน้ำทะเลโดยตรง ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี (แพลงก์ตอนบลูม) ในเบื้องต้นได้สูบน้ำเสียในคลองไปบำบัดแล้วบางส่วน
นางสาวสุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงกรณีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญในพื้นที่หาดป่าตอง จนผงซักฟอกไหลลงทะเลโดยตรงทำน้ำเปลี่ยนสี ว่า ขณะนี้จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณหาดป่าตอง มีประชากรแฝงมากถึง 150,000 คน อาศัยอยู่ในห้องเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ ห้องแถว อาคารชุด ซึ่งมีบริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญกว่า 10,000 เครื่อง แต่ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียรองรับเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ จึงมีน้ำเสียไหลลงท่อระบายน้ำเสียโดยตรงและลงในทะเลโดยไม่ผ่านการบำบัด ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หรือ แพลงก์ตอนบลูม เนื่องจากมีปริมาณฟอสเฟสที่เป็นส่วนผสมในผงซักฟอกปนเปื้อนอยู่ในน้ำทะเลบริเวณหาดป่าตอง ซึ่งยังไม่มีวิธีจัดการกับปัญหาและอาจเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่ายเลน และหน่วยงานในพื้นที่ ตรวจสอบคุณภาพน้ำและสภาพน้ำเปลี่ยนสีบริเวณหน้าหาดป่าตอง ตำบลป่าตอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต และอ่าวกะตะน้อย ด้วยการเก็บตัวอย่างน้ำทะเล 3 จุด พบว่า สาเหตุการเกิดสาหร่ายสะพรั่ง หรือ น้ำทะเลเปลี่ยนสี คือ มีปริมาณสารอาหารในแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริเวณที่ไหลเวียนของน้ำไม่ดีมาก บริเวณก้นอ่าว ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าเป็นแพลงก์ตอนชนิดไดอะตอมบริเวณอ่าวป่าตอง และไดโนแฟลกเจลเลตประเภทไม่มีผนังเซลบริเวณอ่าวกะตะน้อย
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กล่าวย้ำว่า บริเวณอ่าวกะตะน้อย เกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสีมาประมาณมากกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่เสนอให้หยุดการขุดลอกคลองและปิดประตูน้ำ โดยโรงแรมกะตะธานีได้ช่วยสูบน้ำเสียในคลองไปบำบัด เพื่อให้ปริมาณสารอาหารจากน้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดมีปริมาณลดลง ในเบื้องต้นไม่พบการเกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสีบริเวณอ่าวป่าตองและอ่าวกะตะน้อยแล้ว