อาจารย์ธรณ์ หวั่น ขยะทะเล ต้นเหตุทำ “ไทย” เสี่ยงถูกอียูกกดดัน ระบุ สถิติปัจจุบันติด 1 ใน 5 ประเทศทิ้งขยะของโลก
นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยในเวทีเสวนาเรื่อง “วิกฤตขยะบก สู่แพขยะในทะเล : จะแก้อย่างไร?” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2560 ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ 5 ของประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุดในโลก
นายธรณ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 6 แต่ปัจจุบันได้แซงหน้าประเทศศรีลังกาขึ้นมาแล้ว ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดี เพราะประเทศไทยมีประชากรน้อยกว่าหลายๆ ประเทศ แต่กลับมีปริมาณขยะมากกว่า 1 ล้านตัน จึงมีความเสี่ยงต่อการถูกกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) กดดันในลักษณะเช่นเดียวกับการทำประมงที่ผิดกฎหมาย การประมงที่ขาดการรายงาน และการประมงที่ขาดการควบคุม (ไอยูยู)
นายธรณ์ กล่าวอีกว่า ขยะทะเลไม่สามารถย่อยสลายได้ในลักษณะเดียวกับขยะบก และยังสามารถลอยไปยังทะเลประเทศอื่นๆ ได้ โดยขยะทะเลที่สะสมในอีก 10 ปีข้างหน้า จะต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี ฉะนั้นการจัดการต้องเป็นไปในลักษณะเดียวกับก๊าซเรือน กระจก
ทั้งนี้ เมื่อปี 2559 นิตยสาร Fortune ซึ่งอยู่ภายใต้ Time Inc. เคยรายงานว่า ปัญหาขยะพลาสติกสู่ทะเลกำลังเข้าขั้นวิกฤตระดับโลก โดยขณะนั้นคาดการณ์ว่ามีขยะพลาติกอยู่ในทะเลกว่า 5.25 ล้านล้านชิ้น และถูกทิ้งเพิ่มอีกเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ 8 ล้านตัน
นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ประเทศจีน อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ รวมทั้งสิ้น 5 ประเทศ ผลิตขยะพลาสติกรวมกันเป็นจำนวนเกินครึ่งหนึ่งของโลก ฉะนั้นหากต้องการแก้ปัญหาควรเริ่มต้นจาก 5 ประเทศนี้
อนึ่ง เมื่อปี 2015 นิตยสารวิทยาศาสตร์ sciencemag ได้รายงานการจัดอันดับประเทศที่มีอัตราการทิ้งขยะลงน้ำมากที่สุดในโลก โดยใช้ข้อมูลปี 2010 พบว่าประเทศจีนครองแชมป์เป็นประเทศที่มีอัตราการทิ้ง ขยะพลาสติกลงในมหาสมุทรมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วนอันดับรองลงมาคือ 2.อินโดนีเซีย 3.ฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 6
ที่มา greennewstv