กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

"ปากบารา" เมื่อ "ท่าเรือ" สวนทาง "อนุรักษ์"

  • 16 มี.ค. 2560
  • 1,290
"ปากบารา" เมื่อ "ท่าเรือ" สวนทาง "อนุรักษ์"

ความจริง 2 ด้าน

ความคาดหวังของเวทีรับฟังความคิดเห็นที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่ายทั้งที่เห็นด้วย และเห็นต่าง

แน่นอนว่า “ความโปร่งใส” กลายเป็น “เป้า” อันดับแรกๆ ที่ถูกหยิบขึ้นมามอง เพราะถึงวันนี้ คนในพื้นที่ต่างฝ่ายต่างได้ยินเรื่องของการ “เกณฑ์คน” เพื่อมา “ยกมือ” รวมทั้ง “เกมใต้โต๊ะ” อื่นๆ เพื่อให้เวทีนี้ “เข้าทาง” ของตัวเอง

"ไม่ต้องมองไกลถึงหินขาวหรอกครับ แค่เกาะเขาใหญ่ที่อยู่ปลายจมูกนี่ก็ตายแล้ว" ดีนเชาว์ ชูสกูล คณะกรรมการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอ่าวปากบาราสะท้อน

ชุมชนแถบนี้โดยส่วนใหญ่พึ่งพิงกับการประมงเป็นหลัก ดังนั้นหากมีการปักเสาเข็มลงในท้องน้ำจริงๆ ความเปลี่ยนแปลงไม่ว่าด้านไหนก็พวกเขานั่นแหละที่เป็นคนรับคนแรก

“คุณบอกว่าเศรษฐกิจจะพัฒนา ความเจริญจะเข้ามา ทุกคนจะกินดีอยู่ดีขึ้น แต่ผมถามว่า กว่าโครงการจะเสร็จชาวบ้านจะเอาอะไรกินครับถ้าไม่ได้ เป็นลูกจ้างเขา”

ดีนเชาว์ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเป็น “ลูกจ้างโครงการ” กับ “ลูกจ้างตัวเอง” ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ เรื่องของวัย เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านถึงจะสูงอายุแล้วก็ยังนั่งเรือ ออกไปหาปลามาขายให้กับสะพานปลา ขณะที่หากมีโครงการเกิดขึ้นลูกจ้างก็ต้องมีการจำกัดอายุ ซึ่งทำให้หลายบ้านในชุมชนขาดแคลนรายได้ไปโดยปริยาย

“ทะเลบ้านเราอุดมสมบูรณ์มากนะครับ” เขาย้ำพร้อมอธิบายให้ฟังว่า ทุกวันชาวบ้านจะใช้เวลาเพียง 4-5 ชั่วโมงในการออกทะเล แลกกับรายได้เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่าพันบาท เรื่องนี้เจ้าของแพปลาแห่งหนึ่งในชุมชนบ่อเจ็ดลูกยืน ยันผ่านตัวเลขในบัญชีซื้อขายปลาจากชาวประมงพื้นบ้านท ี่ต่อวันมีไม่ต่ำกว่าหลักแสน

“หอยท้ายเภานี่ก็กิโลละ 600 บาทเข้าไปแล้ว” เธอชี้ไปยังกองหอยในตระกร้าที่ชาวบ้านเพิ่งเอามาขายให้

เมื่อความสมบูรณ์ของธรรมชาติสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ชุมชนเครือข่ายบริเวณนี้จึงพยายามชูเรื่องการท่องเที ่ยวเชิงอนุรักษ์ขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับสังคมอีกแรงหนึ ่ง พร้อมๆ กับการนำเอา “ภาพถ่าย” ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวเผยแพร่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

“เป็นทุ่งเลยนะครับ กัลปังหาที่เกาะเขาใหญ่ ไหนในรายงานบอกว่าไม่มีอะไร ผมก็เอาขึ้นมาให้ดูเลย” เขาบอก

หรือการรวมกลุ่มของช่างภาพ และนักวิชาการในโครงการรักษ์หินขาว ที่ดำน้ำบริเวณกองหินขาวเพื่อนำเอาความหลากหลายของระบบนิเวศในพื้นที่ขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 1 สนามขึ้นมาบอกเล่าผ่านคลิปวีดิโอความยาว 3 นาที

“ความมีคุณค่าไม่ใช่แค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่พื้นทรายไล่มาเนี่ย เราเจอทั้งปะการังอ่อน ปะการังแข็ง ฝูงปลาเล็ก ฝูงปลาใหญ่ ไล่มาจนผิวน้ำ เจอปลาอาศัยบนผิวน้ำ ขึ้นมาบนยอดหินเรายังเจอนกโจรสลัด ซึ่งเป็นนกหายาก เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่เราจะต้องปกป้องไว้ครับเมื่อเรารู้ว่ามัน จะมีสิ่งที่มารบกวน” บารมี เต็มบุญเกียรติ ช่างภาพมือรางวัลอีกคนที่ได้มาร่วมโครงการอธิบายถึงหินขาวที่เขาได้สัมผัส

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ดร.ทนงศักดิ์ จันทร์เมธากุล ผู้เชี่ยวชาญด้านปะการังได้เขียนบทความผ่านโซเชียลมี เดียส่วนตัวให้หัวข้อ "ยังไม่รู้จักกันเลย น่าเสียดายที่ต้องจากกัน" ถึงความสำคัญของปะกังรังอ่อน และแหล่งของปะการังอ่อนหายากอย่าง Nephthyigorgia sp. ที่มีรายงานเฉพาะกองหินขาว และเกาะโลซิน จ.ปัตตานีเท่านั้น

ตลอดจนการเตรียมผนวก “กองหินขาว” เป็นแหล่งปะการังอ่อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกา ะเภตรา โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อเพิ่มน้ำหนักในการพิจารณาผลกระทบจากโครงการก่อส ร้างให้มากขึ้นก็เป็นอีกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นใน เวลาไล่เลี่ยกัน

เวทีรับฟังความคิดเห็นคราวนี้จึงไม่ต่างจากการหาไม้บ รรทัด และทางออกร่วมกันระหว่างการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ และผลกระทบต่อทรัพยากรในพื้นที่ว่า หากเกิดโครงการพัฒนาขึ้นมาจริงๆ สังคมต้องเสียทรัพยากรอะไรไปบ้าง หรือมีแนวทางการหาทางออกร่วมกันอย่างไร

เพื่อให้ปากบาราไม่เป็นทางเดินคู่ขนานที่ดูจะไม่มีจุดเชื่อมอย่างทุกวันนี้

ที่มา  กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง