กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ปิดอ่าวแล้ว 4 จังหวัด ห้ามเครื่องมือจับปลาบางชนิดช่วงวางไข่ ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 10 ล้าน

  • 4 เม.ย. 2560
  • 1,337
ปิดอ่าวแล้ว 4 จังหวัด ห้ามเครื่องมือจับปลาบางชนิดช่วงวางไข่ ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 10 ล้าน

กระบี่ - กรมประมง ประกาศปิดอ่าว 4 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ในฤดูปลามีไข่ และวางไข่เลี้ยงลูก 1 เม.ย.-30 มิ.ย.นี้ ฝ่าฝืนจับปรับสูงสุด 10 ล้าน ระบุพบปลาเศรษฐกิจมีปริมาณเพิ่มขึ้น 5.47%

          เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (31 มี.ค.) ที่ท่าเทียบเรือศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล เขต 3 กระบี่ ม.7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ นายสัตวแพทย์ธนิตย์ อเนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูที่ปลามีไข่ และวางไข่เลี้ยงลูกฝั่งทะเลอันดามัน 4 จังหวัด กระบี่ พังงา ตรัง และภูเก็ต ประจำปี 2560 โดยมี นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง นายสมโภช โชติชูช่วง ปลัดจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่กรมประมง และชาวประมง จ.กระบี่ เข้าร่วมจำนวนมาก

          นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ตามที่กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมง บางชนิดทำการประมงในฤดูปลามีไข่ และวางไข่เลี้ยงลูก ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต พังงา และตรัง รวม 4 จังหวัด เป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-30 มิถุนายนของทุกปี รวมระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งประกาศดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2552 เป็นต้นไป

          สำหรับบริเวณที่มีการประกาศปิดอ่าว เริ่มตั้งแต่ปลายแหลมพันวา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถึงตะวันออกปลายแหลมหัวล้านเกาะยาวใหญ่ อ.เมือง จ.พังงา ถึงปลายแหลมเกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ถึงปลายแหลมเกาะลิบง จังหวัดตรัง ถึงเกาะสุกร ถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง รวมเนื้อที่ 4,696 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,935,000 ไร่ เพื่อป้องกันสัตว์น้ำที่กำลังมีไข่ถูกจับก่อนที่จะได้วางไข่

          รองอธิบดีกรมประมง กล่าวอีกว่า สำหรับเครื่องมือประมงที่ห้ามทำการประมงในช่วงดังกล่าว มีอยู่ 3 ชนิด คือ อวนลากทุกประเภท ทุกขนาดที่ใช้ประกอบเรือกล อวนล้อมจับทุกชนิด และอวนติดตา ขนาดช่องตาเล็กกว่า 4.7 เซนติเมตร หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษปรับสูงสุด 10 ล้านบาท สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรประมงเป็นภารกิจหลักที ่กรมประมงได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลรักษา และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำมีใช้อย่างยั่งยืน

          โดยการประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวที่ทางกรมประมงคาดหวัง เป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นวิธีการที่ช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรสัตว์น้ำในท้อง ทะเล ให้คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นหลังมีความ ตระหนักในการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำไว้ใช้อย่างยั่งยืน โดยจากการปิดอ่าวหลายปีติดต่อกันมา ได้ส่งผลให้จำนวนปลาทู ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจเพิ่มจำนวนมากขึ้นถึง 5.47 เท่า

ที่มา  ผู้จัดการ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง