กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

อุทยานเจ้าไหมฯ จ.ตรัง ร่วมกับทีมสัตวแพทย์จุฬาฯ ติดตั้งสัญญาณดาวเทียมติดตามพฤติกรรมพะยูน

  • 10 เม.ย. 2560
  • 1,325
อุทยานเจ้าไหมฯ จ.ตรัง ร่วมกับทีมสัตวแพทย์จุฬาฯ ติดตั้งสัญญาณดาวเทียมติดตามพฤติกรรมพะยูน

          อุทยานเจ้าไหมฯ จังหวัดสงขลา ร่วมกับทีมสัตวแพทย์จุฬาฯ ติดตั้งสัญญาณดาวเทียมติดตามพฤติกรรมพะยูน ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นพะยูนเพศผู้ ตั้งชื่อ “จักรี” ก่อนปล่อยออกสู่ทะเลตรัง โดยบูรณาการทำงานภายใต้ทฤษฎี "วิ่งผลัด" ลดช่องว่างความผิดพลาดให้น้อยที่สุด

          ดร.มาโนช วงศ์สุรีรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เปิดเผยว่า ตามที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้ดำเนินโครงการติดตามพฤติกรรมของพะยูนในทะเลตรัง เพื่อการอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเล ด้วยการจับพะยูนติดตั้งสัญญาณดาวเทียมติดตามตัว ครั้งที่ 2 หลังจากที่เคยทำการติดตั้งมาแล้ว ราวปี 2558 รอบนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอีกครั้ง จากความพยายามและความร่วมมือทุกฝ่าย ร่วมกับ ทีมสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รศ.สัตวแพทย์หญิง (สพญ.) ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำฯ ครูดรล์ รัตนทัศนีย์ หัวหน้าสาขาวิชาผลิตสื่อภาพยนตร์ และ dive media ครูสอนดำน้ำ NAUI และเครือข่ายประมงพื้นบ้าน ประกอบด้วย กลุ่มอนุรักษ์พะยูนบ้านฉางหลาง และกลุ่มอนุรักษ์พะยูนบ้านเจ้าไหม ที่สำคัญคือการทำงานเป็นทีมวอร์คและมาตรฐานการทำงานส ูงมาก จากจำนวน 40-50 คน ร่วมกันภายใต้ทฤษฎี "วิ่งผลัด" หมายถึงต้องลดช่องว่างความผิดพลาดให้น้อยที่สุด จึงทำให้งานประสบความสำเร็จ

          ดร.มาโนช กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2560 ทีมสำรวจได้ออกทำงานตั้งแต่ 06.00-16.00 น. พบพะยูนจำนวน 7 ตัว วางอวน 3 ครั้ง พะยูนหลุดออกจากวงล้อมไปได้ ต่อมาวันที่ 7 เม.ย.2560 ออกทำงานตั้งแต่เวลา 05.30-11.00 น. บริเวณหาดหยงหลำ เขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมอีกครั้ง พบพะยูนจำนวน 4 ตัว โดยครั้งที่ 4 ประสบความสำเร็จทีมงานพบพะยูนเพศผู้ ความยาว 2.5 เมตร ตัวประมาณ 200-250 กิโลกรัม ทีมงานได้ตั้งชื่อว่า "จักรี" จากนั้นทีมสัตวแพทย์จุฬาฯ จึงได้ทำการเจาะเลือดพะยูน และเก็บตัวอย่าง DNA เพื่อวิเคราะห์มีการเก็บภาพอัตลักษณ์บริเวณหางที่เป็ นลักษณะเฉพาะตัวไว้แล้วรอผลข้อมูลจากดาวเทียมในแต่ละ วันต่อไป โดยงานอนุรักษ์พะยูนอย่างเป็นระบบเริ่มขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ได้พบเห็นพัฒนาการของพฤติกรรมพะยูนในอีกข ั้นหนึ่ง และจะเฝ้าสังเกตเก็บรายละเอียดเพื่อรายงานต่อไป

ที่มา  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง