เป็นข่าวร้ายสำหรับคนรักสิ่งแวดล้อมเลยก็ว่าได้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ออกมาเปิดเผยสถานการณ์ปะการังฟอก ขาวในแนวปะการังสุดโด่งดังอย่าง "เกรท แบริเออร์ รีฟ" ของประเทศออสเตรเลีย ว่ากำลังอยู่ในขั้นวิกฤต เทียบเท่าป่วยระยะสุดท้าย
หลังจากการบันทึกอุณหภูมิและการสำรวจแนวปะการังล่าสุ ด ซึ่งพบว่า 2 ใน 3 ของแนวปะการังแห่งนี้กำลังฟอกขาว ซึ่งมากขึ้นกว่าปี 2016 โดยความเสียหายนี้ได้แพร่ออกไปทางใต้
ตลอดความยาวกว่า 2,300 กิโลเมตรของเกรท แบริเออร์ รีฟ ปัจจุบันแนวปะการังดังกล่าวฟอกขาวไปแล้วกว่า 1,500 เมตร โดยนักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่าต้องใช้เวลาราวทศวรรษท ี่จะสามารถฟื้นฟูปะการังฟอกขาวได้ แต่ก็เฉพาะปะการังที่โตไวที่สุดเท่านั้น

Greg Torda/ARC Centre of Excellence for Coral Reef Studies
"นี่คือครั้งที่ 4 ที่เกรท แบริเออร์ รีฟ ตกอยู่ในสถานะฟอกขาวรุนแรง เริ่มตั้งแต่ในปี 1998, 2002, 2016 และ 2017 ซึ่งการที่ปะการังฟอกขาว ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการที่ปะการังตายเท่านั้น เพราะในบริเวณกลางพื้นที่วิกฤต เราคาดการณ์ว่าพบปะการังหายในระดับที่สูง" เจมส์ เคอร์รีย์ หนึ่งในวิจัยของศูนย์ความเป็นเลิศ ARC ของมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก สำหรับศึกษาเรื่องแนวปะการัง กล่าว
ทั้งนี้ ปะการังฟอกขาวเกิดขึ้นได้เมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งทำให้สาหร่ายเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อ ของปะการังแบบพึ่งพากันหนีออกไปจากปะการัง และทำให้ปะการังอ่อนแอเพราะไม่ได้รับสารอาหารจากสาหร่าย รวมถึงทำให้ปะการังมีสีซีดขาวด้วย

Bette Willis/ARC Centre of Excellence for Coral Reef Studies
ข่าวดีอย่างเดียวที่มีก็คือยังเหลือปะการังอีก 1 ใน 3 ที่ยังไม่ฟอกขาว
โดยศาสตราจารย์ Terry Hughes หนึ่งในทีมนักวิจัย ได้สำรวจพื้นที่กว่า 8,000 กิโลเมตร ซึ่งรวมถึงแนวปะการัง 800 เมตรที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย แล้วทำพื้นที่เปรียบเทียบกับเมื่อปี 2016 ก็จะเห็นได้ว่าแนวปะการังฟอกขาวขยายตัวลงไปทางใต้อีก ราว 500 กิโลเมตร
ซึ่งศาสตราจารย์ Hughes ได้ให้สัมภาษณ์กล่าวโทษไปที่รัฐบาลซิดนีย์ที่ล้มเหลว ในการกู้ระบบนิเวศของแนวปะการังเกรท แบริเออร์ รีฟ
ทั้งนี้ ปี 2017 มีภัยพิบัติเกิดขึ้นหลายอย่างที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดปะการังฟอกขาว ไม่ว่าจะเป็นพายุไซโคลนเด็บบี ที่สร้างความเสียหายให้แนวปะการังเป็นวงกว้างกว่า 100 กิโลเมตร
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ