กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ตรวจพบราษฎรเพาะเลี้ยงหอยนางรมด้วยการผูกไผ่ติดรากโกงกางกระทบระบบนิเวศ และการขอปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำสาธารณะ บริเวณคลองท่าครก จ.ระยอง
นางสาวสุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มนายทุนเพาะเลี้ยงหอยนางรมบริเวณป่าชายเลน ด้วยการผูกไผ่ติดรากโกงกาง บริเวณคลองท่าครก ม.8 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง ว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีราษฎรในพื้นที่รวมกลุ่มกันเพาะเลี้ยงหอยนางรมแบบวิถีชาวบ้านที่เลี้ยงกันมานานมากกว่า 40 ปี ประมาณ 30 ครัวเรือน โดยได้รับการสนับสนุนทุนหมุนเวียนจากทางหน่วยงานพัฒนาชุมชน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งได้รับอนุญาตให้เพาะเลี้ยงหอยจากกรมประมงที่มีเอกสารใบรับคำขอใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของเเผ่นดิน และอยู่ในระหว่างยื่นขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่า ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2560 ในการใช้พื้นที่ทำแพไม้ไผ่เลี้ยงหอยนางรมในลำน้ำ ทั้งนี้ สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1 (ระยอง) ได้ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับกลุ่มราษฎรดังกล่าวให้ถอนการผูกไผ่ที่ติดกับรากโกงกางออก เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบกับต้นโกงกางได้ เมื่อหอยนางรมเติบโตเป็นตัวขนาดใหญ่จะทำให้ต้นโกงกางฉีกและหัก กระทบต่อระบบนิเวศและป่าชายเลน และห้ามดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับต้นไม้ป่าชายเลน รวมถึง การกระทำอื่นๆ จะต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด ซึ่งราษฎรกลุ่มดังกล่าวรับทราบและยินยอมดำเนินการตามข้อแนะนำ
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวย้ำว่า สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1 (ระยอง) จะหาแนวทางร่วมกับภาคราชการและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ทำความเข้าใจกับกลุ่มเพาะเลี้ยงหอยนางรมกลุ่มอื่นๆ ในพื้นที่ที่ปัจจุบันขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับทรัพยากรป่าชายเลนและดำเนินการบริหารจัดการให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย พร้อมทั้ง จะติดตาม เฝ้าระวังและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในบริเวณเลี้ยงหอยนางรมที่มา
ที่มา สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์