พะยูนตรังตายเป็นตัวที่ 2 ในรอบสัปดาห์ โดยผลผ่าพิสูจน์ซากแม่พะยูนหนัก 250 กก. พบมีทรายเข้าไปอัดอยู่ในหลอดลม คาดพะยูนหายใจไม่ออก เกิดการสำลักน้ำ และน่าจะติดเครื่องมือทำประมง รอเทียบดีเอ็นเอกับซากลูกพะยูนเพื่อหาความสัมพันธ์
เมื่อวานนี้ (วันที่ 1 พ.ค.60) ที่อาคารคลินิกปฏิบัติการสัตว์ทะเลหายาก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ดร.มาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ หน.อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ร่วมกับ คณะทีมสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะเดินทางมาผ่าพิสูจน์ซากพะยูนเพศเมีย น้ำหนัก 250 กิโลกรัม ความยาว 2.59 เมตร หลังจากได้รับแจ้งจากเรือนำเที่ยวว่าพบเห็นพะยูนสัตว์ป่าสงวน ลอยตายระหว่างช่องเกาะมุกด์ กับเกาะกระดาน ม.6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 เม.ย.60
ส่วนผลการผ่าพิสูจน์ในเบื้องต้นพบว่า มีทรายเข้าไปอัดอยู่ในหลอดลมทั้งสองข้าง ยาวประมาณ 77-80 ซม.
สาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าพะยูนหายใจไม่ออก เกิดการสำลักน้ำ และไม่สามารถขึ้นมาหายใจได้ เนื่องจากน่าจะติดเครื่องมือทำประมง จากการผ่าหัวนมพะยูนพบมีเลือดคั่ง บ่งชี้ได้ว่าแม่พะยูนกำลังผลิตน้ำนม และในรอบสัปดาห์เดียวกัน

นอกจากพบซากแม่พะยูนตัวนี้แล้ว ยังพบว่าลูกพะยูนเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม ความยาว 108 ซม. รอบลำตัว 60 ซม. อายุประมาณ 2 ปี สภาพซากเริ่มเน่า ลอยตายบริเวณระหว่างเกาะกระดานกับหาดยาว ต.เกาะลิบง เมื่อวันที่ 25 เม.ย.60 เวลา 11.00 น.
ขณะนี้ ทางส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สบทช.7 (ตรัง) ได้นำซากส่งไปยังสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต แต่ยังไม่ได้ผ่าพิสูจน์ซาก ขณะนี้กำลังรอผลตรวจชิ้นเนื้อมาเทียบดีเอ็นเอระหว่างตัวลูกกับตัวแม่ว่าสัมพันธ์กันหรือไม่ เพราะพบในบริเวณพื้นที่ทะเลใกล้เคียงกันและห่างกันเพียงแค่วันเดียว ซึ่งจะได้รายงานให้ทราบต่อไป
ที่มา workpointtv