กรณีปรากฏเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เรื่อง “โวย ๒ มาตรฐานจับรุกป่าชายเลน” โดยมีเนื้อหากล่าวว่า นายวิชิต พิมพิชัย อายุ ๕๔ ปี ชาวตรังพิการตาบอดข้างขวา ร้องทุกข์ต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐ เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่๓๓ (ปะเหลียน ตรัง) ได้นำป้ายประกาศมาปักไว้ในสวนมะพร้าวของตน เนื้อที่ ๑๐-๐-๕๒ ไร่ และต่อมาวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๐ เจ้าหน้าที่ป่าชายเลนร่วมกับฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจยึดพื้นที่ โดยกล่าวหาว่าตนบุกรุกแผ้วถางป่าชายเลนในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหยงสตาร์ ป่าคลองหลักขันธ์ ป่าคลองลิพัง หมู่๒ บ้านทุ่งลำเจียก-ในทอน ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ทั้งที่เป็นที่ดินมรดกอาศัยทำกินมานานร่วม ๕๐ ปีแล้ว โดยไม่ตรวจยึดหรือดำเนินคดีต่อผู้ครอบครองรายอื่น ซึ่งบุกรุกป่าชายเลนเหมือนกัน
กรณีนี้ กรม ทช. โดยสำนักบริหาร ทช.ที่๗(ตรัง) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้
๑) มติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๔ และวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๓ ห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลนโดยเด็ดขาด แต่เนื่องจากมีราษฎรที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน ครม.จึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๓ ให้ประชาชนที่อยู่ในป่าชายเลนก่อนมีมติ ครม. ปี ๒๕๓๔ สามารถอยู่อาศัยได้แต่ไม่ให้ใช้พื้นที่ป่าชายเลนทำกิน
๒) พื้นที่สวนมะพร้าวของผู้ร้องเรียน อยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหยงสตาร์ ป่าคลองหลักขันธ์ และป่าคลองลิพัง ซึ่งสถานีฯป่าชายเลนที่๓๓ (ปะเหลียน ตรัง) ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในการทวงคืนพื้นที่ป่าไม้ โดยติดป้ายแสดงตนเมื่อวันที่ ๑๖ มี.ค.๒๕๖๐ เพื่อให้ผู้ครอบครองพื้นที่มาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานีฯ และหากมีเอกสารสิทธิในที่ดินให้นำมาแสดงด้วยเพื่อตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ได้มาแสดงตัวภายในเวลาที่กำหนด (๑๕ วัน) จึงได้สนธิกำลังตรวจยึดพื้นที่ในเวลาต่อมา
๓) ตามที่นายวิชิต พิมพิชัย อ้างว่าได้อาศัยทำกินมาร่วม ๕๐ ปีนั้น ทางสถานีฯ ได้ตรวจสอบโดยการดูแผนที่ภาพทางอากาศโครงการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี ๒๕๔๕, โครงการกรมแผนที่ทหาร (NIMA) ถ่ายเมื่อ ๑๒ พ.ค. ๒๕๔๒, ภาพถ่ายโครงการกรมที่ดินกิจการร่วมค้า (DOL) ถ่ายเมื่อ ๑๓ มี.ค. ๒๕๓๘ และโครงการ น.ส.๓ (NS๓) ถ่ายเมื่อ ๑๖ เม.ย. ๒๕๑๖ โดยพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพป่า เมื่อปี ๒๕๔๒ จึงไม่ได้เป็นการอยู่อาศัยมาก่อนประกาศป่าชายเลนตามมติ ครม. และไม่ได้เป็นที่ดินตกทอดกว่า ๕๐ ปีแต่อย่างใด
สำหรับพื้นที่ใกล้เคียงในพื้นที่ ม.๒ ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สถานีฯ ได้ดำเนินการตรวจยึดและดำเนินการปลูกป่าชายเลนแล้ว จำนวน ๖ แปลง เนื้อที่ ๙๖.๘๗ ไร่ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิอีก ๒ แปลง เนื้อที่ ๑๓.๑๒ ไร่ ดังนั้น การกระทำของเจ้าหน้าที่จึงไม่ได้กลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าชายเลน ทช. ได้ยึดโยงคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔ และ ๖๖ รวมทั้งแผนแม่บทพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้/ทหาร/ตำรวจ/ฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง เพื่อยึดคืนพื้นที่บุกรุกป่าชายเลนตามกระบวนการของกฎหมายและควบคุมไม่ให้มีการบุกรุกซ้ำ พร้อมทั้งเร่งรัดปลูกฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่เสื่อมโทรมจากบุกรุกให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นอีกด้วย