สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 2 ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว นำโดยนายรัชชัย พรพา หัวหน้าชุดฉลามขาว ได้ร่วมประชุมกับ พล.อ.ณรงค์ บัวคำ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จ.สมุทรสงคราม นายอมรศักดิ์ ฉัตระพิน นายก อบต.แหลมใหญ่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ปกครอง และตำรวจชุดปฏิบัติการ ปทส. และหน่วยงานส่วนราชการในพื้นที่ สนธิกำลังปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า และตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนท้องที่ คลองน้อย หมู่ที่ 7 ต.แหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งได้มีการสร้างสะพานที่อาจจะรุกล้ำป่าชายเลน รวมทั้งมีการก่อสร้างคลังก๊าซ ในพื้นที่ชุมชน ตรวจสอบโครงการก่อสร้างคลังเก็บและจ่ายก๊าซแอลพีจี บริษัทเอ็นเอสแก็ส แอลพีจี จำกัด หมู่ที่ 7 ตำบลแหลมใหญ่ เบื้องต้นตรวจพบการก่อสร้างเกินจากโฉนดที่ดิน โดยมีการขออนุญาตจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสมุทรสงคราม แต่มิได้ดำเนินการขอยกเว้นตามมติคณะรัฐมนตรี
นายรัชชัย กล่าวว่า เบื้องต้น ตรวจพบก่อสร้างเกินโฉนดที่ดิน โดยมีการขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า แต่ไม่ได้ขอยกเว้นจากมติ ครม. นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างสะพานยื่นไปในทะเล คร่อมปากน้ำแม่กลอง มีความยาว 300 ม. ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะป่าชายเลนที่สมบูรณ์ มีทั้งป่าโกงกาง ป่าแสม และป่าจาก ที่สำคัญ การก่อสร้างดังกล่าว ยังอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับดอนหอยหลอด ที่เป็นแหล่งป่าชายเลนที่สมบูรณ์ การก่อสร้างอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ โดยหลักการไม่สามารถทำได้ แม้บริษัทเอกชนอ้างว่า จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าก็ตาม แต่ท้ายหนังสือก็ได้มีการระบุว่า ต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ที่สำคัญจะต้องขอยกเว้นมติครม.เมื่อ 23 ก.ค.2534 วันที่ 22 ส.ค. 2543 และวันที่ 17 ต.ค. 2543 และขออนุญาตใช้ประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทเอกชนนั้นจะ ไม่สามารถขอยกเว้นมติครม.ได้อยู่แล้ว มีแต่หน่วยงานรัฐเท่านั้นที่ขอได้ แต่จะได้รับการอนุมัติ น้อยมาก ดังนั้น ไม่ทราบว่า บริษัททำได้อย่างไรโดยไม่ขออนุญาต
จากนั้นนายรัชชัย พร้อมทหาร จาก ศปป.4 กอ.รมน.เจ้าหน้าที่ปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 60 นาย ได้ลงพื้นที่ บริเวณที่มีการก่อสร้างคลังก๊าซแหลมใหญ่ ในพื้นที่ชุมชนคลองน้อย หมู่ที่ 7 ต.แหลมใหญ่ พบคนงานกำลังก่อสร้างคลังก๊าซขนาดใหญ่ จำนวน 4 คลัง รวมทั้งมีการก่อสร้างสำนักงานในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ เป็นป่าโกงกางขนาดใหญ่ เต็มพื้นที่ ขณะที่ด้านติดทะเล มีการก่อสร้างถนนเพื่อสร้างสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ พบรถแบ็คโฮ และโป๊ะขนาดใหญ่สำหรับขนวัสดุก่อสร้าง ตั้งขนานกับตัวสะพาน โดยสะพานสร้างคร่อมปากแม่น้ำแม่กลอง ด้านขวามือเป็นป่าโกงกางสมบูรณ์ และมีแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่น ขณะที่ด้านซ้ายมือก็เป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ และมีแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่นเช่นกัน ถัดออกไปสามารถมองเห็นดอนหอยหลอดอย่างชัดเจน
ทั้งนี้นายรัชชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น โดยดูจากสารระบบ การแปลภาพถ่ายดาวเทียมตั้งแต่ปี 2497 พื้นที่ที่มีการก่อสร้างยังเป็นป่าชายเลน ที่อุดมสมบูรณ์ แต่หลังจากปี 2534 พบว่า เริ่มมีการบุกรุกและเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่า นอกจากนั้น จากการดูหลักฐานโฉนด นส.3 จำนวน 45 ไร่ ที่ทางบริษัทนำมาแสดง ก็ต้องตรวจสอบว่าออกมาโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากตรวจพบว่ามีการเปลี่ยนแปลง ชนิดโดยสิ้นเชิง จากเอกสาร หลักฐานเดิม ที่สำคัญ สค 1 ที่เป็นตัวบ่งที่ ที่มาของโฉนดดังกล่าว พบว่า เจ้าหน้าที่ที่ดินบอกว่าหายสาบสูญไปแล้ว ดังนั้น จะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน ว่าโฉนดที่นำมาแสดง ออกโดยชอบหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ โดยจากนี้จะรวบรวมหลักฐานเอกสารทั้งหมด ให้อธิบดี ทช. เพื่อขอให้ระงับการก่อสร้างท่าเทียบเรือก่อน ตามมาตรา 17 จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม