ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ กรณีบริษัทคลังก๊าซแห่งหนึ่ง ก่อสร้างคลังก๊าซและท่าเทียบเรือรุกล้ำป่าชายเลน ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเล ซึ่งชาวบ้านเคยคัดค้านแล้ว แต่บริษัทยังดำเนินการก่อสร้างโดยยืนยันว่าได้ขออนุญาตกรมเจ้าท่าและดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย กรม ทช. โดยสำนักงานบริหาร ทช.ท่ี๒ ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทช. สรุปได้ว่า
๑. เป็นพื้นที่ก่อสร้างคลังเก็บและจ่ายก๊าซแอลพีจี ของบริษัท เอ็นเอสแก็ส แอลพีจี จำกัด หมู่๗ ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม อยู่ระหว่างก่อสร้างถังบรรจุก๊าซขนาดใหญ่ จำนวน ๔ ถัง และสะพานคอนกรีตวางท่อก๊าซ และท่าเทียบเรือ โดยพื้นที่ที่ก่อสร้างถังบรรจุก๊าซอยู่ในเขตโฉนดที่ดินเลขที่ ๓๔๔๔๒, ๓๔๔๔๖ และ ๓๔๔๔๔ ส่วนท่าเทียบเรือและเรือบาร์จอยู่นอกพื้นที่โฉนดที่ดินทั้ง ๓ แปลง บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างคลังก๊าซ จาก อบต. แหลมใหญ่ และท่าเทียบเรือ ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจาก สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสมุทรสงคราม ตามใบอนุญาตเลขที่ ๕/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๕๘
๒. ในส่วนที่เป็นสะพานคอนกรีตวางท่อก๊าซ ขนาดกว้าง ๔.๕ เมตร ยาว ๑๔๕.๕ เมตร และเรือบาร์จ ขนาดกว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๗๐ เมตร เนื้อที่ ๑.๖๗ ไร่ อยู่ในเขตป่าชายเลนตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ๒๔๘๔ และตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๐(กำหนดเป็นเขตป่าชายเลนอนุรักษ์และเขตเศรษฐกิจ ก. ข. ) รวมทั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ลำดับที่ ๑๐๙๙ (Ramsar site)
๓. เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๔ และวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๓ ได้กำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม.ดังที่กล่าวในข้อ ๒. เป็นป่าชายเลนอนุรักษ์ซึ่งห้ามใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด ยกเว้นมีความจำเป็นทางเศรษฐกิจสังคมและความั่นคงให้ขอยกเว้น มติ ครม.เป็นกรณีๆ ในการนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจยึดดำเนินคดีในส่วนการก่อสร้างที่รุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลน ๑.๖๗ ไร่ โดยได้แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม ตาม ปจว.ข้อที่ ๑๓ เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๐ และข้อที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ เลขคดีอาญาที่ ๔๘๖/๒๕๖๐
๔. การขอยกเว้นมติ ครม. เพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนนั้น จะต้องเป็นการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูง รวมทั้งมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ จะเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ครม. เพื่อพิจารณา ดังนั้น หากการดำเนินการใดๆ ที่ไม่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น เห็นควรหลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนโดยเด็ดขาด เพื่อสงวนรักษาพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้คงอยู่และอุดมสมบูรณ์ต่อไป