หากจะพูดถึงครีมกันแดดหลายคนอาจนึกถึงการไปเล่นน้ำ ดูปะการัง ในทะเลสวยๆ เรียกว่าเป็นของที่สาวๆ ส่วนใหญ่ต้องพกติดตัวเลยก็ว่าได้ ยิ่งในปัจจุบันมีหลากหลายสูตรให้เราเลือกซื้อ แต่จะเลือกอย่างไรเพื่อไม่ให้สารเคมีในครีมกันแดดไปทำลายธรรมชาติที่สวมงาม อย่างสารเคมี Oxybenzone ที่ผสมในครีมกันแดด ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าเมื่อหลุดจากผิวออกสู่ทะเล จะเข้าไปทำลายระบบสืบพันธุ์ กระทบต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนของปะการัง ซึ่งทำให้มันตายได้ในที่สุด

บางคนเมื่อได้ฟังแบบนี้อาจคิดว่าแค่ปัญหาครีมกันแดดมันจะอะไรหนักหนา แต่หากมองมุมกลับกันในหนึ่งวันมีนักท่องเที่ยวไปดำน้ำดูปะการังแล้วทุกคนล้วนทาครีมกันแดดที่มีสาร Oxybenzone ลงทะเล หากนับเป็น 1 เดือน 1 ปี 10 ปีละ ปริมาณสารเคมีที่อยู่ในครีมกันแดดจะเป็นเท่าไร ซึ่งข่าวผลวิจัยครีมกันแดดทำลายแนวปะการังก็มีให้เห็นกันอยู่ ในทุกๆ ปี มีสารเคมีกันแดด 25-60 ล้านขวด ละลายในท้องทะเล หากลองนั่งพิจารณาดูดีๆ แล้ว ดูเหมือนว่าเราทุกคนจะมีส่วนร่วมในการทำลายธรรมชาติครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีการวิจัยถึงหนทางแก้ไขปัญหา นั่นคือ สาหร่ายทะเล เพราะมันมีกลไกทางชีวภาพที่สามารถป้องกันตัวเองจากรังสีอัลตราไวโอเลตของดวงอาทิตย์ โดยอาศัยกรดอะมิโนชื่อว่า MMAs เป็นสารอินทรีย์ที่สร้างขึ้นได้เอง นอกจากนี้นักจุลินทรีย์ชีวเคมีระบุว่า สารดังกล่าวสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในครีมกันแดดได้เพราะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปะการังในทะเล นี้อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่เราจะได้ช่วยเพื่อนใต้น้ำให้เขาไม่โดนทำลายได้
ในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็คงเปรียบเสมือนแขกผู้มาเยือนที่มีพืชพันธุ์ ฝูงปลาเล็กปลาน้อย รวมไปถึงสัตว์น้ำต่างๆ มาคอยต้อนรับเข้าสู่บ้านของพวกเขา หน้าที่ของแขกอย่างเราคงไม่ต้องทำอะไรมากเลย นอกจากเก็บความงามผ่านสายตาและคำนึงถึงการกระทำของเราว่าเจ้าของบ้านจะได้ผลกระทบอะไรบ้างเมื่อเราได้จากไปแล้ว และมันคงจะดีหากผู้อื่นจะได้มารับชมความงามในแบบที่เราเคยได้มาสัมผัส
ที่มา MCOT.net