กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ทช.จับแล้วเรือนำเที่ยวมักง่ายทิ้งสมอทำลายแนวปะการัง

  • 26 ส.ค. 2560
  • 1,308
ทช.จับแล้วเรือนำเที่ยวมักง่ายทิ้งสมอทำลายแนวปะการัง

          เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6  (สบทช.๖) บอกว่า จากกรณีเรื่องร้องเรี่ยนจากเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  และเฟสบุ๊คของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐ กรณีเรือท่องเที่ยวทิ้งสมอเรือ ในแนวปะการัง ที่อ่าวกล้วย เกาะราชาน้อย จ.ภูเก็ต ผอ. สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ได้สั่งการให้ ผอ. ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลัก เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทราบตัวผู้กระทำผิดคือ นายทศพร จันทร์แสงศรี อายุ ๔๖ ปี ผู้ควบคุมเรือนิชากร ๖ หมายเลขทะเบียน ๔๔๘๓ ๐๐๖๘๔ และ  นายนิรันทร์ นุ้ยโส๊ะ อายุ ๓๐ ปี เจ้าหน้าที่ประจำเรือ จึงได้นัดหมายให้เดินทางมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๖ (สบทช ๖) ในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๓.๐๐ น. และยอมรับว่า  เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐ ตนพร้อมด้วยนายนิรันทร์ นุ้ยโส๊ะ นำทักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยใช้เรือนิชากร ๖ ออกจากท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง และเดินทางไปท่องเที่ยวตกปลา บริเวณเกาะราชาน้อย จนเวลา ๑๓.๐๐ น. ได้นำเรือเข้าจอดและทอดสมอพักเรือและให้นักท่องเที่ยวพักผ่อน บริเวณอ่าวกล้วยเกาะราชาน้อย ขณะให้บริการนักท่องเที่ยวรับประทานอาหารอยู่ ระหว่างนั้นทำให้เรือได้เคลื่อนเข้าไปในแนวเขตปะการังจนสมอเรือได้เกี่ยวและลากแนวปะการังจนได้รับความเสียหายตามที่เป็นข่าว จากนั้นนายนเรศ ชูผึ้ง ตำแหน่งเจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ได้ดำเนินการเอาผิดกับนายทศพร จันทร์แสงสี และนายนิรันทร์ นุ้ยโส๊ะ ในความผิดฐาน  
๑. ร่วมกันล่าหรือพยายาม ล่าสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต  ซึ่งมีความผิดตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๑๖ ห้ามมิให้ผู้ใดล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่การกระทำโดยทางราชการ
๒. ร่วมกันนำเรือท่องเที่ยวตกปลาเข้าไปจอดและทิ้งสมอเรือลงในเขตพื้นที่คุ้มครองจนทำให้ปะการังถูกทำลายและได้รับความเสียหาย  ซึ่งมีความผิดตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ.๒๕๕๓  ฉบับลงวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ (และที่ประกาศแก้ไขเพิ่มเติม) ข้อ ๑๒ ในพื้นที่ตามข้อ ๔ ห้ามกระทำการหรือประกอบกิจกรรมดังต่อไปนี้ (๙) การเก็บหรือทำลายปะการัง ซากปะการัง หรือหินปะการัง กัลปังหา หรือหญ้าทะเล หรือการกระทำไดๆ ที่อาจเป็นอันตรายหรือมีผลกระทบทำให้ปะการัง ซากปะการัง หรือหินปะการัง กัลปังหา หรือหญ้าทะเล ถูกทำลายหรือเสียหาย จากนั้นได้นำตัวผู้กระทำผิด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตาม ปจว.ข้อที่ ๑๒ เวลา ๑๗.๓๐ น. คดีอาญาที่ ๑๐๗๘/๖๐ ลว.๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ ต่อไป

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง