เมื่อวันที่ 28 ก.ย.60 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยนายศุภวัตร กาญจน์อติเรกลาภ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ เข้าสำรวจตัวอ่อนแมงกะพรุนภายใต้การศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์แมงกะพรุนหลากสี บริเวณจังหวัดตราด พบปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณหาดคลองตะเคียน (ต.ไม้รูด) เวลาประมาณ 10.30 น. และหาดราชการุณย์ จังหวัดตราด เวลาประมาณ 11.00 น. จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าบริเวณหาดคลองตะเคียน มีน้ำทะเลสีเขียว เป็นระยะทาง 200 เมตร และบริเวณหาดราชการุณย์ น้ำทะเลมีสีเขียว เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ จึงเข้าทำการสำรวจคุณภาพสิ่งแวดล้อม และทำการเก็บตัวอย่างน้ำทะเล จำนวน 2 สถานี จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นพบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 1 และ 4 เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเพื่อการนันทนาการ ส่วนผลการวิเคราะห์แพลงก์ตอนพืช พบว่าเกิดการสะพรั่งของไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Noctiluca scintillans

นายศุภวัตร เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี เป็นผลมาจากการที่แพลงก์ตอนพืชบางชนิดได้รับธาตุอาหารและปริมาณแสงในปริมาณมากกว่าปกติ จึงเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำทะเลมีสีที่เปลี่ยนไปตามสีรงควัตถุของแพลงก์ตอนพืชชนิดที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น มีลักษณะเป็นตะกอนแขวนลอยน้ำเป็นหย่อมหรือเป็นแถบยาวมีแนวตามทิศทางของกระแสลมและคลื่น ส่วนมากมักมีกลิ่นเหม็น เมื่อแพลงก์ตอนเหล่านี้ตายลงอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง เนื่องจากสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นขาดออกซิเจน หรือจากปริมาณแอมโมเนียในน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น การเกิดเหตุการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในประเทศไทยเริ่มมีรายงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2495 โดยเกือบทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยโดยเฉพาะในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน แพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดปรากฎการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในประเทศไทย คือ ไดโน-แฟลกเจลเลต ไดอะตอม และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน โดยไดแฟลกเจลเลตเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในแง่ของการวิจัยและการเฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการสร้างสารชีวพิษที่สามารถสะสมในสัตว์กลุ่มที่กรองกินแพลงก์ตอนเป็นอาหารและถ่ายทอดผ่านการกินต่อๆ กันในระบบห่วงโซ่อาหาร โดยก่อให้เกิดผลกระทบได้ถึงแม้จะแพร่กระจายในระดับความหนาแน่นต่ำ
นายศุภวัตร กล่าวต่อว่า แพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดปรากฎการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในประเทศไทยนั้น มี 4 ชนิด ดังนี้ 1.ไดโนแฟลกเจลเลท ชนิด Noctiluca scintillans ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวเข้ม 2.Ceratium furca ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐ 3.สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน สกุล Oscillatoria spp. ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และ 4.ไดอะตอม สกุล Chaetoceros spp. ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือน้ำตาลขึ้นอยู่กับชนิด
นายศุภวัตร กล่าวทิ้งท้ายว่า การเกิดปรากฎการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี นับเป็นเรื่องสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อมนุษย์ ทั้งด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จึงมีมาตรการจัดการกับปัญหาน้ำทะเลเปลี่ยนสี โดยกำหนดมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษจากแผ่นดินบริเวณแนวชายฝั่งทะเลซึ่งมีแนวโน้มการพัฒนาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดและควบคุมการปล่อยน้ำเสีย ได้แก่ สารอาหาร ปริมาณอินทรีย์สารและตะกอนและการปนเปื้อนของแบคทีเรียลงสู่ทะเลจะเพิ่มปริมาณขึ้นโดยเฉพาะการขยายตัวของชุมชน ตลอดจนอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเคร่งครัดมาตรการควบคุมและการบังคับใช้กฎหมาย
ของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและการบูรณาจัดการคุณภาพน้ำในระบบลุ่มน้ำ