เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) ลงพื้นที่สำรวจศึกษาตัวอ่อนแมงกะพรุน ภายใต้โครงการสำรวจประเมินสถานภาพแมงกะพรุนหลากสีในพื้นที่จังหวัดตราด พบว่าเกิดปรากฏการณ์แมงกะพรุนหลากสีที่บริเวณชายฝั่งใกล้ปากคลองสน ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นแมงกะพรุนถ้วย (Catostylus townsendi) และแมงกะพรุนหางขน (Acromitus flagellatus) พบความหนาแน่นสูงสุดประมาณ 70 ตัว/ตร.ม. ใกล้เสาปูนกั้นอาณาเขตบริเวณหาดคลองสน ห่างจากฝั่งประมาณ 100 เมตร เป็นระยะทางรวมกว่า 200 เมตร นอกจากนั้นยังพบแมงกะพรุนชนิดเดียวกันบริเวณระหว่างปากคลองสน ปากคลองมุกแก้ว และตลอดแนวหาดมุกแก้ว รวมระยะทางประมาณ 2.4 กิโลเมตร ความหนาแน่นที่พบประมาณ 10 ตัว/ตร.ม.
.jpg)
จากการสอบถามชาวประมงในพื้นที่ทราบว่า เริ่มพบเห็นแมงกะพรุนจำนวนมากตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม แต่ยังมีขนาดค่อนข้างเล็ก และแมงกะพรุนจะลอยเข้ามาใกล้ฝั่งขณะน้ำขึ้นช่วงกลางวัน จากนั้นจะถูกกระแสน้ำพัดออกนอกชายฝั่งลงสู่ทะเลช่วงน้ำลง
.jpg)
แมงกะพรุนถ้วยถือเป็นแมงกะพรุนที่มีพิษ แต่ไม่ร้ายแรงถึงขั้นมีอันตรายต่อชีวิต อาศัยอยู่ทั้งในเขตน้ำตื้นและน้ำลึก ในช่วงเช้าส่วนมากจะพบมากในเขตน้ำตื้น เพราะจะถูกน้ำทะเลพัดมาในเวลากลางคืน และก็จะหาอาหารในเขตน้ำตื้นไปด้วยในช่วงที่อยู่ในเขตน้ำตื้น ซึ่งอาหารก็ได้แก่ ปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กต่าง ๆ โดยการใช้เข็มพิษให้หมดสติ และกินเป็นอาหารนั่นเอง
.jpg)
ลักษณะของแมงกะพรุนหางขน (Leopard jellyfish, River jellyfish) Acromitus flagellates หนวดของแมงกะพรุนชนิดนี้ จะมีรยางค์ลักษณะคล้ายแส้ เส้นเล็กๆ สีขาวยื่นออกมา และยืดยาวออกเมื่อเวลาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าดูสวยงาม เมื่อโตเต็มที่จะมีจุดสีน้ำตาลเล็กๆ จำนวนมากเกิดขึ้นปกคลุมลำตัวเป็นที่มาของชื่อ “Leopard jellyfish” พบได้ในประเทศไทยและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ชาวบ้านในแถบจังหวัดระยองและจังหวัดตราด นิยมนำมาดองด้วยเปลือกไม้(ต้นอินทรีหรือต้นเสม็ด) แล้วนำมารับประทานโดยจิ้มกับน้ำจิ้ม "น้ำพริกถั่ว" นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล กำลังศึกษาวิจัยเพื่อทำการเพาะเลี้ยงแมงกะพรุนชนิดนี้อยู่ในขณะนี้
.jpg)