ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างสงขลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีโลมาเสียชีวิตและเกยตื้นอยู่ที่ ต.ท่าศาลา จากการตรวจสอบพบว่า เป็นโลมาหลังโหนก อายุประมาณ 5-7 ปี น้ำหนักประมาณ 113 กิโลกรัม ยาว 230 เซนติเมตร สภาพเริ่มเน่า คาดว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 2-3 วัน สภาพภายนอกพบบาดแผลบริเวณมุมปากด้านซ้าย และบริเวณปากทั้งด้านบนและด้านล่าง จากการชันสูตรพบว่าตัวไตมีพังพืดหุ้มค่อนข้างหนา ปอดมีจุดเลือดออกกระจายทั่วเนื้อปอด พบน้ำเลือดในช่องอก ในกระเพาะอาหารมีปลาอยู่เป็นจำนวนมากแต่ในลำไส้ไม่พบเศษอาหาร กล้ามเนื้อหัวใจค่อนข้างนิ่มภายในพบลิ่มเลือดติดกับพนังหัวใจด้านใน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อและดีเอนเอ เพื่อไปวินิจฉัยเพิ่มเติมทางพยาธิวิทยาเพื่อทำการสันนิฐานหาสาเหตุการตายต่อไป

สำหรับโลมาหลังโหนกจะมีลักษณะทั่วไป คือ มีจะงอยปากยาวโค้งเล็กน้อยที่เด่นชัดคือส่วนของฐานครีบหลังจะเป็นสันนูนสูงรองรับครีบหลังสีลำตัวจะมีการผันแปรต่างกันมาก ตัวเล็กจะมีสีจางจนเหมือนเผือก แม้บางตัวก็มีสีออกขาว หรืออย่างน้อยขาวในบางส่วน หรือสีชมพู ซึ่งสีเหล่านี้ไม่ได้มาจากเม็ดสี แต่เป็นสีของหลอดเลือดที่ช่วยให้ไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงจนเกินไป และมีส่วนหลังที่เป็นสันนูนเหมือนโหนก มีขนาดโตเต็มที่ ตัวผู้ยาวประมาณ 3.2 เมตร ขณะที่ตัวเมียยาว 2.5 เมตร และลูกแรกเกิดยาวประมาณ 1 เมตร มีอายุโดยเฉลี่ย 40 ปี โลมาหลังโหนกเมื่ออายุมากขึ้นสีชมพูตามตัวจะยิ่งเข้มขึ้น และส่วนด้านท้องและด้านล่างลำตัวจะเป็นจุด และมีสีที่สว่างกว่าลำตัวด้านบน

ซึ่งโลมาหลังโหนกได้มีการกระจายพันธุ์ตามแถบชายฝั่งหรือแหล่งน้ำตื้นที่มีความลึกไม่เกิน 20 เมตร บริเวณอินโดแปซิฟิก พบมากที่สุด คือ อ่าวรีพัลส์ หรือเกาะลันเตา ที่ฮ่องกงที่มีจำนวนประชากรในฝูงนับร้อย โดยมากชายฝั่งทะเลที่โลมาหลังโหนกอาศัยอยู่นั้นมักจะมีป่าชายเลนอยู่ด้วยเสมอ ๆ แต่จะต้องอยู่ในบริเวณน้ำตื้นเท่านั้น มีอุปนิสัยอาศัยประจำที่หรือมีการย้ายที่อพยพน้อยมากและอาศัยไม่ห่างจากชายฝั่งเกินระยะ 1 กิโลเมตร จึงพบเห็นตัวได้โดยง่าย โดยมักจะพบเห็นตั้งแต่ตอนเช้า จะอยู่เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 10 ตัว ว่ายน้ำช้า ประมาณ 4.8 กิโลเมตร/ชั่วโมง และจะดำน้ำประมาณ 40-60 วินาที ก่อนจะโผล่ขึ้นมาหายใจ