เมื่อวันที่ 23 พ.ย.60 พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม "ประชารัฐขจัดขยะทะเล" และเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ Ao Phang - Nga Model โดยมีนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวต้อนรับในโอกาสนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(อทช.) พร้อมด้วยนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานราชการ องค์กรส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา ประขาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ อาสาสมัคร และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ศูนย์ศึกษาวิจัยศิลปกรรม วัฒนธรรมและประเพณีแห่งอันดามัน ต.เกาะปันหยี อ.เมือง จ.พังงา จากนั้น รมว.ทส.พร้อมคณะ ร่วมลงพื้นที่ดูการบริหารจัดการขยะทะเล บริเวณเขาพิงกัน เกาะทะลุ และชุมชนเกาะปันหยี
สำหรับอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาขยะทะเลในพื้นที่ ทั้งขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยว ขยะจากชุมชน ขยะมูลฝอยที่ล่องลอยมาจากสายน้ำและพัดพาเข้ามาในบริเวณชายฝั่งทะเล ส่งผลต่อทัศนียภาพความสวยงามตามธรรมชาติ กระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนในพื้นที่
ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้มีการจัดประชุมระดับอาเซียน เรื่องการลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ ASEAN Conference on Reducing Marine Debris in ASEAN Region ขึ้น เมื่อวันที่ 22 -23 พ.ย.60 ที่โรงแรม เจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ทแอนด์สปา จ.ภูเก็ต ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกลุ่มประเทศอาเซียน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และนักวิชาการ ร่วมกันกำหนดแนวทางในการจัดการปัญหาขยะทะเล โดยคณะผู้จัดประชุมได้สรุปร่วมกันว่า "อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา" และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นบริเวณที่มีภูมิทัศน์สวยงาม มีการพัฒนาหลายด้านโดยเฉพาะในเรื่องขยะทะเล จึงกำหนดให้เป็นพื้นที่ศึกษาภาคสนามของผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรม "ประชารัฐขจัดขยะทะเล" ในวันดังกล่าว เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน แสดงออกถึงความพร้อมเพรียงสามัคคีและการนำแผน "อ่าวพังงา อุทยานท่องเที่ยวชุมชน" ไปใช้ตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ต่อไป