กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ทช.เผยสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก ปี 2560

  • 22 ธ.ค. 2560
  • 1,300
ทช.เผยสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก ปี 2560

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดแถลงข่าวเรื่องสถานการณ์สัตว์ทะเลหายากของไทย ปี 2560 โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธาน พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมฯ เข้าร่วมงานแถลงข่าวครั้งนี้ ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

หนึ่งในภารกิจของกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งคือการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก สัตว์ทะเลหายากหมายถึงกลุ่มประชากรสัตว์ทะเล ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทังจากจ้านวนประชากรที่มีอยู่น้อย หรือจากภัยคุกคามจากมนุษย์และตามธรรมชาติ สัตว์ทะเลหายากส่วนใหญ่ได้แก่ เต่าทะเล พะยูน โลมาและวาฬ เป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากจึงหมายถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้อุดมสมบูรณ์อันจะน้ามาซึ่งความมั่นคงและยั่งยืน ทางเศรษฐกิจและมีสภาพสังคมที่มั่นคง แนวทางการอนุรักษ์ในภาพรวมประกอบด้วยการยกระดับความสำคัญ ของสัตว์ทะเลหายาก การเพิ่มศักยภาพการจัดการ สร้างมาตรการการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และการเผยแพร่องค์ความรู้

การช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นเป็นอีกแนวทางหนึ่งเพื่อช่วยฟื้นฟูจำนวนประชากร เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นให้มีโอกาสรอดสูงขึ้น  กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้จัดตั้งศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก 5 แห่งครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้งหมด โดยทำงานร่วมกับแนวร่วมเครือข่ายองค์กรในพื้นที่มหาวิทยาลัย และชุมชนมากกว่า 25 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการจัดฝึกอบรมสัตวแพทย์ นักวิชาการเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครชุมชน มากกว่า 800 คน ในระหว่างปี พ.ศ.2558 - 2560 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับเครือข่ายการ ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากสามารถทำการช่วยเหลือและจัดการสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นได้เฉลี่ยปีละ 419 ตัว แบ่งเป็นเต่าทะเล 57% โลมาและวาฬ 38% และพะยูน 5% สาเหตุการเกยตื้น สำหรับเต่าทะเลและพะยูนส่วนใหญ่เกิดจากเครื่องประมงคิดเป็นสัดส่วน 74% และ 89% ตามลำดับ ในขณะที่การเกยตื้นของโลมาและวาฬส่วนใหญ่ เกิดจากการป่วยตามธรรมชาติ คิดเป็น 63%

พื้นที่คุ้มครองสัตว์ทะเลหายากเป็นเครื่องมือที่สำคัญซึ่งที่เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศในการปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้บูรณการแนวคิดจากระดับรากหญ้า นักวิชาการ และองค์กรในพื้นที่ จัดทำโครงการนำร่องในการคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก ตลอดจนทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมอื่น จัดเป็นร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่อำเภอปะเหลียน อำเภอหาดสำราญ อำเภอย่านตาขาว อำเภอกันตัง และอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ผลสัมฤทธิ์ของโครงการดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางการเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

    

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง