ระบบนิเวศแนวปะการังเป็นระบบนิเวศที่มีลักษณะเฉพาะตัวและมีความสวยงามไม่เหมือนระบบนิเวศอื่นๆ ส่วนประกอบทั้งหมดในระบบนิเวศขึ้นอยู่กับแต่ละส่วนที่เป็นอาหารและที่อยู่อาศัย ซึ่งหมายความว่า ถ้าส่วนประกอบหนึ่งอันถูกทำลาย เช่น ปะการังถูกนำออกไปจากระบบนิเวศ ก็จะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งหมด ผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ปลาและสัตว์อื่น ๆ ก็จะไม่มีที่อาศัยไว้หลบภัยจากผู้ล่า เป็นต้น ที่ผ่านมาศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลทรัพยากรแนวปะการังมาอย่างต่อเนื่อง เพราะระบบนิเวศปะการังมีความสำคัญต่อมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงป้องการชายฝั่งจากคลื่นขนาดใหญ่ในทะเล เป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง และยังทำให้เกิดการจ้างงานจากการท่องเที่ยวอีกด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) ลงพื้นที่ทำการสำรวจสถานภาพแนวปะการัง, ตัวอ่อนปะการัง, โรค, ปลาและสัตว์ในแนวปะการัง บริเวณหาดหน้าบ้าน เกาะมันใน จังหวัดระยอง พบว่าปะการังจัดอยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ดีมาก ได้แก่ ปะการังโขด (Porites sp.) ปะการังสมองร่องยาว (Platygyra sp.) และปะการังลายดอกไม้ (Pavona sp.) เป็นกลุ่มปะการังชนิดเด่น ยังมีปะการังช่องเหลี่ยม (Favia sp.) และปะการังโขด ซึ่งจัดเป็นกลุ่มปะการังวัยอ่อนชนิดเด่น และยังพบปะการังที่ปรากฏโรค โดยมีลักษณะการเกิดโรคบนโคโลนีของปะการัง พบอยู่ 4 รูปแบบ ได้แก่ โรคเนื้องอกสีชมพู (Trematodiasis) โรคที่เกิดแล้วปรากฏเม็ดสี (Pigmenttation response) โรคที่เกิดจากการกัดแทะของสัตว์ที่อาศัยในแนวปะการัง (Predation;PRD) และโรคที่ปรากฏเป็นการทับถมของตะกอนในบางส่วนของโคโลนี (Sediment Damage) อาการที่พบมากที่สุด คือ โรคเนื้องอกสีชมพู (Trematodiasis)
จากการสำรวจยังพบปลาในแนวปะการัง คือ กลุ่มปลาสลิดหิน (Pomacentridae) ได้แก่ ปลาสลิดหินเทากางพริ้ว (Neopomocentrus filamentosus) รองลงมาคือ Family กลุ่มปลาบู่ลูกดอก (Parioglossus formosus) กลุ่มปลานกขุนทอง (Labridae) ปลานกขุนทอง (Halichoeres nigrescens) และกลุ่มปลาอมไข่ (Apogonidae) ปลาอมไข่แถบ (Ostorhinchus endekataenia) สัตว์อื่นๆ ในแนวปะการัง พบมีเม่นดำหนามยาว (Diadema setosum) หอยแมลงภู่ปะการัง (Pedum spondyloideum) และหนอนท่อ (Sabellastrate sp.) ระบบนิเวศแนวปะการังดังกล่าวถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีความหลากหลายของรูปร่างของปะการัง ที่รวมตัวกันเป็นแนวปะการัง ทำให้เกิดเป็นแหล่งที่อยู่ขนาดเล็กมากมายสำหรับสัตว์ต่างๆ ใช้เป็นบ้าน และที่หลบภัยที่สำคัญ รวมถึงเป็นแหล่งอาหาร เนื่องจากจะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ มากมายเข้ามาอาศัยร่วมกันในแนวปะการัง นอกจากแนวปะการังจะเป็นแหล่งอาหารแล้ว แนวปะการังยังมีความสำคัญในแง่เป็นตัวป้องกันดินชายฝั่งจากคลื่นมรสุมตามธรรมชาติอีกด้วย