วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๑ กรม ทช. ขานรับนโยบาย ทส. ขับเคลื่อนโครงการ “ป่าในเมือง” จับมือจังหวัดระยอง ท้องถิ่น และภาคเอกชนในพื้นที่ เปิดตัว “ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง” เนรมิตพื้นที่ ๕๐๐ ไร่ เป็นผืนป่าในกลางเมือง พร้อมสร้างเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ป่าชายเลน ให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม รองรับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดดำเนิน “โครงการป่าในเมือง” �โดยนำพื้นที่ในความรับผิดชอบซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเมืองหรือใกล้เคียงมาดำเนินการพัฒนาร่วมกับหน่วยงาน�ในพื้นที่ ท้องถิ่น และชุมชน เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าหรือพื้นที่สีเขียว พร้อมทั้งให้ประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น การประกอบกิจกรรมออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ ศึกษาธรรมชาติ โดยมีการนำร่องเปิดโครงการที่วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นแห่งแรกเมื่อปี ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา
ในขณะที่ในปี ๒๕๖๑ จะเริ่มต้นเปิดตัว “ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง” เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของปี โดยตั้งเป้าจะดำเนินการโดยนำพื้นที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ มาพัฒนา รวมกว่า ๒๔๖,๐๐๐ ไร่ ทั่วประเทศ
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เปิดเผยว่า “ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง” เป็นการพัฒนาพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำระยอง ท้องที่ ต.ปากน้ำ และต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่๑, จังหวัดระยอง, องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระยอง, เทศบาลนครระยอง, เทศบาลตำบลเนินพระ, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์, บริษัทบีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด, บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ โดยโครงการป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นจำนวน ๕๐๐ ไร่ เพื่อจัดทำศาลาเรียนรู้ ศาลาพักผ่อน สะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน เรือนเพาะชำกล้าไม้ชุมชน ทางเดินศึกษาธรรมชาติ ท่าเทียบเรือ ๒ จุด และอาคารสำนักงานโครงการ และพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าชายเลนในเมืองระยองได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมเพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ไปพร้อมๆ กัน