กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

อทช.จตุพร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการชายหาดปลอดบุหรี่เกาะไข่นอก

  • 9 ก.พ. 2561
  • 1,283
อทช.จตุพร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการชายหาดปลอดบุหรี่เกาะไข่นอก

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 8 และสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 9 รองนายองค์การบริหารส่วนตำบล พรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ร่วมกับสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่เกาะไข่นอก เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานโครงการชาดหายปลอดบุหรี่ภายหลังจากมีผลบังคับใช้เมื่ออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา

จากการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ในครั้งนี้ ไม่พบการกระทำผิดฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมกันนี้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้เข้มงวดกวดขันบังคับใช้มาตรการอย่างจริงจังให้มากยิ่งขึ้น หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 1 แสนบาท จำคุก 1 ปี หรือทั้งจำและปรับ ให้ทำการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวในพื้นที่พร้อมกับขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าว ให้แก่นักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชายหาด และไม่กระทบการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคต

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า จากที่ได้มีประกาศห้ามสูบบุหรี่บริเวณชายหาด 24 แห่ง ใน 15 จังหวัด เพื่อความสะอาด และเกิดผลดีต่อสุขภาพของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดพังงา ที่กำหนดให้ชายหาดเกาะไข่ อำเภอเกาะยาว และชายหาดเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า เป็นชายหาด 2 ใน 24 แห่ง ที่กำหนดเขตห้ามสูบบุหรี่บริเวณชายหาด เบื้องต้นพบว่าได้รับความร่วมมือด้วยดีจากนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายที่มีโทษในอัตราสูง ปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี อย่างไรก็ตามพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ทราบข้อกำหนดที่ห้ามสูบบุหรี่ อันเนื่องมาจากเป็นเรื่องใหม่ การประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง ชัดเจน ทั้งนี้ แต่ละพื้นที่ได้จัดพื้นที่ที่เหมาะสมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สูบบุหรี่ไว้อย่างเพียงพอ ส่วนในพื้นที่หาดเขาหลัก ซึ่งเกิดความลักลั่น เนื่องจากกำหนดพื้นที่คุ้มครองชายหาดเพียง 2 กิโลเมตร อาจจะขยายพื้นที่ครอบคลุมตลอดแนวชายหาดทั้งหมด 15 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ที่จะประกาศเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตามมาตรการคุ้มครองชายหาด โดยการห้ามสูบบุหรี่ ทิ้งขยะมูลฝอย ปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล เป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นมีความเข้าใจและยินดีจะให้ความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแล รักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้มีความยั่งยืน รวมทั้งช่วยให้พื้นที่บริเวณชายหาดเกิดความสะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง