เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ตามที่ท่านอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 9 ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่มีข่าวชาวต่างชาติโพสต์เฟสบุ๊ค ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวดำน้ำกำลังเกาะกลุ่มรวมตัวกัน ซึ่งมีการจับและสัมผัสปะการังโขด บริเวณแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำลึก หินมูสังใต้ (Shark Point) พื้นที่ ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา เมื่อวันที่ 7กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 17.30 น. จากการตรวจสอบข้อมูลกับผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้อง ยอมรับว่าวันเวลาที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 17.30 น.

หลังจากที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 9 รับข้อสั่งการให้ประสานกับ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 8 และได้สั่งการให้นายนเรศ ชูผึ้ง ตำแหน่งเจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ประสานนายสมนึก บุญใหญ่ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 8 ทำการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ปรากฏว่าในวันเกิดเหตุได้มีเรือนำเที่ยวชื่อ นอร์ทสตาร์ ของบริษัท แฮปปี้สตาร์ จำกัด ซึ่งนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำบริเวณพื้นที่เกาะพีพี และ Shark Point ตามโปรแกรมนำเที่ยว ของบริษัท ที่นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ในเบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่นั่งบนปะการังตามที่เป็นข่าวในสื่อโซเซียลเป็นของนักท่องเที่ยวกลุ่มใด หากทราบข้อเท็จจริงทางบริษัทยินดีให้ความร่วมมือ และจะแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กำชับกับทางบริษัทว่าให้ช่วยเป็นหูเป็นตาเข้มงวดกับนักท่องเที่ยวอย่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพราะการกระทำเหล่านั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรปะการัง ซึ่งจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 16 มีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือทั้งจำและปรับ และยังมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 56 และมีบทลงโทษตามมาตรา 138 ต้องระวางโทษปรับ ตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท
