เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร สำรวจประเมินสัตว์ทะเลหายาก ติดตามสัตว์ทะเลหายากที่เป็นสัตว์สงวนสัตว์คุ้มครอง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และชุมพร พบโลมา 2 ชนิด คือโลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Finless porpoise: Neophocaena phocaenoides) ประมาณ 30 ตัว แพร่กระจายทั่วไปบริเวณแนวชายฝั่ง อ.เมือง และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ โลมาปากขวด ((Indo-Pacific Bottlenose dolphin : Tursiops aduncus) ประมาณ 20 ตัว บริเวณเกาะง่ามใหญ่ จ.ชุมพร และจากการสอบถามเรือประมงในพื้นที พบว่ามีการพบเห็นวาฬบรูด้า ในพื้นที่ อ.เมือง อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน-บางสะพานน้อย และมีการพบเห็นฉลามวาฬ บริเวณ อ.บางสะพาน-บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
.jpg)
เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า พื้นที่อ่าวไทยพบว่าเป็นแหล่งอาศัยและศึกษาเกี่ยวกับวาฬบรูด้าแหล่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย โดยถือว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทยไปแล้ว เมื่อพบจำนวนประชากร 2-20 ตัว ขนาดที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ซึ่งประเมินว่ามีจำนวนประชากรราว 35 ตัว และทำการจำแนกอัตลักษณ์ได้แล้วกว่า 30 ตัว พร้อมกับมีการตั้งชื่อให้ด้วย โดยเมื่อสำรวจพบวาฬ จะมีการจำแนกอัตลักษณ์ของวาฬแต่ละตัวด้วยวิธีการถ่ายภาพ (Photo-ID) ศึกษาตำหนิบริเวณครีบหลังเป็นจุดหลัก และใช้ตำหนิรอง เช่น ตำหนิตามลำตัว หัว ปาก ซี่กรอง และหาง มาประกอบ
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555 พบฝูงวาฬบรูด้า ในบริเวณที่ห่างจากปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้น และมีการสำรวจพบมากขึ้น โดยอาหารสำคัญของวาฬฝูงนี้ก็คือ ปลากะตัก และพบด้วยว่าวาฬบรูด้าที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยนี้มีขนาดเล็กกว่าวาฬบรูด้าที่พบที่อื่นทั่วโลก จึงเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์ชาวต่างชาติมาก และสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นวาฬชนิดใหม่ ที่กำลังจะมีการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้เป็นชนิดใหม่ด้วย
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 พบฝูงวาฬบรูด้าประมาณ 40 ตัว อยู่ใกล้พื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด โดยพบหาอาหารกินที่ทะเลบางขุนเทียน และจากการเฝ้าศึกษาพบว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นของอ่าวไทยด้วย
.jpg)
.jpg)