กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR FACEBOOK

บทสรุปจากพื้นที่บ้านอ่าวกุ้ง กรณีสร้างท่าเรือยอร์ช

  • 13 พ.ค. 2561
  • 1,337
บทสรุปจากพื้นที่บ้านอ่าวกุ้ง กรณีสร้างท่าเรือยอร์ช

วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ กรม ทช. โดยสำนักงานบริหาร ทช.ที่๙ (ภูเก็ต) หรือ สบทช.๙ รายงานผลการติดตามกรณีการขุดร่องน้ำเชื่อมโยงพื้นที่ที่จะทำท่าเรือยอร์ช บ้านอ่าวกุ้ง ม.๙ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปะการังสวยและสมบูรณ์ อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านในพื้นที่กังวลว่าปะการังกำลังจะโดนทำลายด้วยน้ำมือนายทุน ซึ่งการก่อสร้างท่าเรือนี้เป็นโครงการของเอกชน ไม่ใช่ของหน่วยงานภาครัฐ และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาขออนุญาต สำหรับในส่วนของกรม ทช. มีการดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดังนี้
๑. วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๑ สบทช.๙ ได้รับการร้องเรียนทางโทรศัพท์จาก นายพิเชษฐ์ ปานดำ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทช. จ.ภูเก็ต และเครือข่ายอนุรักษ์ในชุมชนชายฝั่งอ่าวกุ้ง ว่าจะมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญกีฬา บริเวณที่ดินของเอกชน บ้านอ่าวกุ้ง ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ซึ่งอาจเป็นการทำลายปะการังและป่าชายเลนในพื้นที่ โดยได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ๒ ครั้งแล้ว โดยบริษัท เอนริช คอลเซาเต็นท์ เป็นผู้ดำเนินการ สบทช.๙ จึงได้ประสานนักวิชาการจากศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบ ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ เมย. ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑ พค. ๒๕๖๑ ผลการตรวจสอบพบว่า ปะการัง ทั่วบริเวณอ่าวกุ้ง มีเนื้อที่ ๕๔๐ ไร่ ส่วนพื้นที่เป็นประเด็นที่ชาวบ้านหวั่นเกรงว่า ปะการังอาจได้รับผลกระทบจากการขุดร่องน้ำและการเดินเรือ มีเนื้อที่แนวปะการังประมาณ ๖๒ ไร่ บริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็น ปะการังเขากวาง และปะการังโขด ซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลาง 
๒. วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑ อธิบดี กรม ทช.ได้สั่งการในที่ประชุมให้ สบทช.๙ ตรวจสอบในเรื่องปะการัง และป่าชายเลน ตามที่ร้องเรียนและเป็นข่าว
๓. วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ สบทช.๙ ได้เชิญ คุณพิเชษ ปานดำ ผู้ทรงฯ เครือข่ายนักอนุรักษ์อ่าวกุ้ง นักวิชาการของศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน อาจารย์จาก ม.สงขลานครินทร์ ประชุมปรึกษาหารือการบริหารจัดการอนุรักษ์ ป้องกันมิให้เกิดการทำลายปะการังในทะเลที่สมบูรณ์ และรักษาป่าชายเลน ที่อยู่บริเวณชายฝั่งมิให้ถูกทำลาย จากการสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าว โดยในการจะขอใช้พื้นที่สร้างเส้นทางจากด้านในผ่านป่าชายเลนไปยังท่าเรือ ซึ่งเป็นที่ดินเอกชน จะต้องขอผ่อนผันมติ ครม. ๒๓ กค. ๒๕๓๔ , ๒๒ สค. ๒๕๔๓ และ ๑๗ ตค. ๒๕๔๓ เสียก่อน จึงจะขออนุญาตใช้ประโยชน์ได้ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากและใช้เวลาในการพิจารณานาน
๔. วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ คณะทำงานตามข้อ ๓. พร้อมเครือข่ายในชุมชนท้องถิ่นอ่าวกุ้ง เทศบาลป่าคลอก ร่วมประชุมหาแนวทางมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาร่วมกัน ๔ ประเด็นคือ
๔.๑ ให้ศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน สำรวจ สถานภาพปะการัง บ้านอ่าวกุ้ง เพิ่มเติม เพื่อให้ฐานข้อมูลของทางการและชาวบ้าน ตรงกัน
๔.๒ ให้ สบทช.๙ ร่วมกับตัวแทนชุมชน กำหนดแนวเข้าออกชมปะการัง (ขณะนี้เป็นที่สนใจของประชาชน) และติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อป้องกันมิให้มีการบุกรุกทำลายปะการัง
๔.๓ ตั้งคณะทำงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บ้านอ่าวกุ้ง
๔.๔ เตรียมรวบรวมข้อมูลเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ทช. จ.ภูเก็ต เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ทช. ระดับชาติ หรืออธิบดี ทช. เพื่อพิจารณาดำเนินการในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตามกฎหมายต่อไป

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง