กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

อธิบดี ทช. เดือดสั่งเอาผิดเรือประมงอวนลากจับฉลามวาฬ

  • 19 พ.ค. 2561
  • 1,299
อธิบดี ทช. เดือดสั่งเอาผิดเรือประมงอวนลากจับฉลามวาฬ

          จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและคลิปผ่านเพจจิตอาสา go-eco phuket ขณะที่เรือประมงชนิดอวนลากกำลังนำฉลามวาฬขึ้นบนเรือ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต แล้วมีเรือท่องเที่ยวดำน้ำชื่อ aqua center ซึ่งเดินทางกลับมาจากเกาะพีพี มาพบเรือลำดังกล่าว แล้วได้ขอร้องให้เรืออวนลากปล่อยปลาฉลามวาฬคืนสู่ทะเลนั้น

         วันนี้ (19 พ.ค.61) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 (จ.ภูเก็ต) ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้นมีข้อมูลว่าเรืออวนลาก ชื่อว่า แสงสมุทร 3 หมายเลขทะเบียน 2283 04242 ได้ปล่อยปลาฉลามวาฬลงทะเลไปแล้ว โดยกรม ทช. ได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่กรมประมง เพื่อหาพิกัดและเส้นทางการเดินเรือของเรือแสงสมุทร 3 พบว่าขณะช่วงเวลานั้น ไม่ได้ทำการประมงในเขตหวงห้าม จึงได้ประสานข้อมูลไปยังศูนย์ pipo ภูเก็ต ขอให้ดำเนินการสอบถามข้อเท็จจริงจากไต๋เรือและลูกเรือ
 
 
          นายจตุพร กล่าวว่า จากการกระทำดังกล่าวเบื้องต้นมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 66 ฐานนำสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่ห้ามจับหรือนำขึ้นเรือประมง มีโทษปรับตั้งแต่ 300,000-3,000,000 บาท และมีความผิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16 ฐานล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยทางกรมทช.สามารถเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องร้องดำเนินคดีเรือประมงลำนี้ได้ โดยได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
          นายจตุพร กล่าวต่อว่า ผมยอมรับว่าเห็นภาพแล้วตกใจ และไม่คิดว่าชาวประมงจะยังกล้าทำแบบนี้ ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลหายากและมีน้อยในทะเลไทย ตอนนี้นอกจากแจ้งความเอาผิดถึงที่สุดแล้ว ยังให้ทีมภูเก็ตออกเรือไปดูร่องรอยของฉลามวาฬตัวนี้ หากตายจริงก็ต้องเจอซากหรือร่องรอยให้เห็น และช่วงบ่ายนี้คงจะมีความคืบหน้าในรายละเอียดต่างๆ ซึ่งกำลังจะลงพื้นที่เพื่อไปติดตามเรื่องนี้ และปัญหาทุ่งปะการังที่อ่าวกุ้งด้วย

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง