กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

รัฐมนตรีสุรศักดิ์ เปิดเวทีประชุมการจัดการขยะและน้ำเสียในพื้นที่ 3 เกาะให้ยั่งยืน

  • 18 ส.ค. 2561
  • 1,294
รัฐมนตรีสุรศักดิ์ เปิดเวทีประชุมการจัดการขยะและน้ำเสียในพื้นที่ 3 เกาะให้ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2561 พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการปฏิรูปและการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรื่องการจัดการขยะและน้ำเสีย พื้นที่เกาะเต่า เกาะสมุย เกาะพะงัน และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อีกทั้งคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวง ทส. รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่ทั้ง 3 เกาะมีขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในกิจกรรมต่างๆแต่ล่ะวันเป็นจำนวนมากทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลท่องเที่ยวของแต่ละเดือน และมีน้ำเสียจากกองขยะไหลปนเปื้อนซึ่งยังไม่สามารถกำจัดขยะได้ถูกวิธี และเกาะพะงันมีปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นมากเลยเรื่อยๆเช่นกัน ปัจจุบันมีขยะถึงปีละ 7,300 ตัน ส่วนใหญ่ใช้วิธีฝังกลบและมีโรงกำจัดขยะที่ช่วยจำกัดแต่ไม่มากพอกับขยะที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นต้องมีความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อทรัพยากรทางทะเลอย่างเร่งด่วน

ดังนั้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จึงได้อาศัยอำนาจ หน้าที่ ตามความในมาตรา 17 ประกอบมาตรา 3 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 ประกอบมาตรา 32 แห่งพระราชบัญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ออกมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณพื้นที่ เกาะเต่า เกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน และเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2561 ซึ่งที่ผ่านมากรม ทช. ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี กองทัพภาคที่ 4 รวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยกันผลักดันให้การดำเนินการครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนช่วยกันรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว และหากผู้ใดที่กระทำการฝ่าฟื้นก็จะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย

  

  

  

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง