กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดยุทธการเชิงรุกเน้นปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าชายเลน ชูแกลงโมเดลประเดิม 2 พันไร่ ก่อนเริ่มทวงคืนทั่วประเทศ พร้อมกำหนดแนวทางการฟื้นฟูสภาพโดยเน้นการมีส่วนร่วม
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2557 นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นายพิเชษฐ์ ทองศรีนุ่น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นายธีรวัฒน์ สุดสูง ปลัดจังหวัดระยอง นายชากรี รอดไฝ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน นายอำเภอแกลง ทหาร ตำรวจ กอ.รมน.จังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าชายเลน ป่าสงวนแห่งชาติป่าประแส และป่าพังราด หมู่ 8 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อติดตามตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนในบริเวณดังกล่าว
นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีภารกิจดูแลพื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม.ปี พ.ศ.2543 จำนวน 2.9 ล้านไร่ ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าเพียง 1.52 ล้านไร่ นอกนั้น เป็นพื้นที่ที่มีการทำประโยชน์ประเภทต่างๆ ได้แก่ นากุ้ง นาเกลือ พื้นที่ทำการเกษตร ท่าเทียบเรือ และพื้นที่ชุมชน ที่ผ่านมาพื้นที่ป่าชายเลนได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง จนสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด แต่เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประสบปัญหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ นายทุนรายใหญ่ ตลอดจนกำลังพลของหน่วยงานเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่ถูกบุกรุก จึงทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาไม่ทันต่อสถานการณ์
จากปัญหาความรุนแรงของการบุกรุกพื้นที่ ประกอบกับคำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 เรื่อง การปราบปรามและการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้สนธิกำลังกับทหาร ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการกับผู้บุกรุก โดยกรมฯ ได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ “ฉลามขาว” ขึ้น โดยมีนายเฉลิมชัย โชติกมาศ ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองป้องกันทรัพยากรป่าชายเลน เป็นหัวหน้าชุด เพื่อดูแลรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว สำหรับกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าประแส และป่าพังราด ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันตรวจสอบในพื้นที่บริเวณนี้ด้วยการแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังเปรียบเทียบกันระหว่างปี พ.ศ. 2496 ถึง 2545 พบว่ามีพื้นที่การบุกรุก ถึง 2 พันไร่ แบ่งเป็น 3 แปลงขนาดใหญ่ ซึ่งทางกรมฯได้แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลนพบว่าส่วนใหญ่ถูกบุกรุกเป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้ง โดยเป็นพื้นที่ที่มีทั้งเอกสารสิทธิ และไม่มีเอกสารสิทธิ อีกทั้งยังพบการบุกรุกเข้าไปนอกเขตเอกสารสิทธิค่อนข้างมาก ซึ่งกรมฯ จะเร่งดำเนินการพิสูจน์เอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ความเป็นธรรมที่สุดและเมื่อการดำเนินคดีถึงที่สุดทางกรมฯจะนำพื้นที่ที่ถูกบุกรุกมาฟื้นฟูสภาพด้วยการปลูกป่าชายเลนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และดำเนินการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์แบ่งเป็นเขตอนุรักษ์ และเขตเศรษฐกิจเพื่อเป็นฐานการสร้างรายได้ของชุมชนต่อไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป