กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนำทีมฉลามขาวลุยรื้อสวนปาล์ม 55 ไร่ ที่ จ.พังงา คืนพื้นที่ป่าชายเลน เล็งไปต่อที่ จ.จันทบุรี หลังพบมีการบุกรุกมากที่สุด ส่วนปัญหารุกป่าอุทยานฯสิรินาถ ยังไม่สะเด็ดน้ำ “ดาว์พงษ์”สั่งเบรกหัวหน้าอุทยานฯสิรินาถ พร้อม 5 ผู้ช่วย ขอย้ายออกนอกพื้นที่ ชี้ยามสงครามไม่มีใครเปลี่ยนม้ากลางศึก ลงพื้นที่ให้กำลังใจทันที ขณะเดียวกัน มีการแจ้งความดำเนินคดี 13 ผู้เกี่ยวข้องรุกพื้นที่อุทยานฯสิรินาถ มีทั้ง “วิชัย ไพรสงบ” อดีตผู้ว่าฯภูเก็ต ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงปลัดอำเภอถลาง ที่ดินจังหวัด และอดีตหัวหน้าอุทยานฯสิรินาถ
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเดินหน้าทวงคืนผืนป่าชายเลนอีกระลอก โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ในฐานะหัวหน้าทีมฉลามขาว ทวงคืนผืนป่าชายเลน พร้อมทีมปฏิบัติการฉลามขาว ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณา จักร (กอ.รมน.) จำนวน 350 นาย ลงพื้นที่เปิดยุทธการทวงคืนป่าชายเลนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโครงการ อ.ตะกั่วป่า และป่าเขาบางนายสีบ้านท่าจูด ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยนายชลทิศพร้อมเจ้าหน้าที่และรถแบ็กโฮเข้ารื้อถอนต้นปาล์มน้ำมัน พื้นที่ 55 ไร่เศษ มีต้นปาล์ม ราว 200 ต้นเศษ อายุประมาณ 5 ปีเศษบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ซึ่งหลังรื้อและไถทำลายต้นปาล์ม ทีมงานก็ได้ปลูกต้นไม้ อาทิ ต้นโกงกาง ต้นตะบูน ฯลฯ ทดแทนทันที
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ กล่าวว่า แปลงที่มีการรื้อถอนเป็นของนายพาสัณน์ อวยชัย ที่เข้ามาปลูกต้นปาล์มเพื่อแสดงกรรมสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ตั้งแต่ปี 2552 และกรมฯ ได้เข้าจับกุมในเวลาต่อมา ก่อนจะฟ้องศาลตัดสินจำคุก 4 ปี 8 เดือน ขณะนี้ยังอยู่ในคุก โดยหลังจากนี้จะไปเปิดยุทธการต่อที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการบุกรุกป่าชายเลนมากที่สุดต่อไป
ส่วนกรณีปัญหาการบุกรุกอุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต ที่มีข่าวว่านายกิตติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานฯสิรินาถ พร้อมผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ อีก 5 คน ขอย้ายตัวเองออกจากพื้นที่เพราะทนแรงกดดัน จากการถูกข่มขู่จากกลุ่มนายทุนและผู้เสียผลประโยชน์ไม่ไหวนั้น วันเดียวกัน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ว่าทันทีที่ทราบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาเดือดร้อนก็ได้หาข้อมูลเบื้องต้นจากคนที่เกี่ยวข้องและได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับนายกิตติพัฒน์โดยตรง นายกิติพัฒน์ยอมรับว่าขอย้ายจริงด้วยปัญหาหลายๆเรื่อง ตนจึงบอกไปว่า วันที่ 20 ก.ย.นี้ จะลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาทั้งหมดจากทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น อยากให้ช่วยเหลือ เยียวยา หรือมีปัญหาอะไรให้ช่วยแก้
เมื่อถามว่า เบื้องต้นยังไม่อยากให้นายกิตติพัฒน์ย้ายออกใช่หรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า ขอไปฟังปัญหาก่อน แต่คิดแบบเร็วๆ เมื่อลูกน้องลำบาก ผู้บังคับบัญชาต้องดูแล เบื้องต้นอาจจะต้องส่งผู้ใหญ่ ระดับรองอธิบดีกรมอุทยานฯ ไปอยู่ประจำในพื้นที่ เพื่อร่วมทำงานด้วย แต่ขอฟังเรื่องราวปัญหาทั้งหมดจากปากของทั้ง 6 คนที่ขอย้ายก่อน
จากนั้น นายกิตติพัฒน์ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า พล.อ.ดาว์พงษ์โทรศัพท์มาหาเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 19 ก.ย. ขออย่าเพิ่งย้ายออกจากพื้นที่ เพราะในยามสงครามจะไม่มีการเปลี่ยนม้ากลางศึก อยากให้อยู่ต่อจะได้ช่วยกันทำงาน อย่างไรก็ตาม ตนแจ้งถึงเหตุผลการขอย้ายว่า อยากให้มีการหมุนเวียน เพื่อเปิดทางให้คนใหม่ได้มาทำงานเพื่อให้การทำงานสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มนายทุนและกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์โทรศัพท์มาข่มขู่ก็เป็นปัญหาหนึ่ง รวมทั้งการร้องขอ การมาวิ่งเต้นเพื่อให้ได้รับการละเว้นในการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งตนทำไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์บ่อยๆ โดยในวันที่ 20 ก.ย.นี้ จะเรียนชี้แจงปัญหากับ พล.อ.ดาว์พงษ์อีกครั้งว่า ปัญหาการบุกรุกอุทยานฯสิรินาถนั้นมันใหญ่มาก เพราะเกี่ยวพันกับกลุ่มนายทุน ทั้งนายทุนต่างชาติ นายทุนไทยและนักการเมือง
หัวหน้าอุทยานฯสิรินาถ กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน อดีตหัวหน้าอุทยานฯสิรินาถและนายทุนที่บุกรุกพื้นที่อุทยานฯสิรินาถ จำนวน 13 คน ประกอบด้วยนายเอนก ประชา นางชมชนก สุธธัมมา นายสุรชัย เหล่าสายเชื้อ นายสวม บำรุงสิน นายพิชัย กุลบุตร นายโอวาท พรหมชัย นายกฤษดา วงษ์ประสิทธิ นายเจริญ ปลอดชูแก้ว นายสัญญา ศิริพงษ์รุ่งโรจน์ ปลัดอำเภอถลาง นายจรวย อินจันทร์ อดีตหัวหน้าอุทยานฯสิรินาถ นายสมบูรณ์ สันติอมรทัต เจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต สาขาถลาง นายไพฑูรย์ เลิศไกร เจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต และนายวิชัย ไพรสงบ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยมี พ.ต.ท.ยงยุทธ กรองมาลัย พงส.ผนก.หน.งานสอบสวน สภ.ถลาง เป็นผู้รับแจ้งความ
สำหรับรายละเอียดที่นายกิตติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ อ.ถลาง จ.ภูเก็ตหอบหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้อนุญาตออกโฉนดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ โดยเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พีระพันธุ์ มีมาก พนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.ถลาง เพื่อดำเนินคดีกับอดีตข้าราชการที่เกี่ยวข้องจำนวน 13 คนที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดเลขที่ 42053 เนื้อที่ 80 ไร่ และโฉนดเลขที่ 42054 เนื้อที่ 8 ไร่ โดยมีการออกโฉนดไปเมื่อปี 2552 ซึ่งใช้หลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 24 หมู่ 2 ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มาขอออกเอกสารสิทธิ โดยแยกเป็น 2 ส่วนคือส่วนผู้ครอบครองซึ่งมีการเปลี่ยนมือไปแล้ว และส่วนพยานที่ร่วมลงนาม สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้มีทั้งนายช่างรังวัดที่ดิน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอถลาง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต และอดีต ผวจ.ภูเก็ต ในสมัยที่มีการออกเอกสารสิทธิที่ดิน โดยแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 162 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นเจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบ ส.ค.1 เลขที่ 24 นั้นเป็นเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็น ส.ค.1 ที่มาจากที่อื่น ซึ่งกรมที่ดินได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้อง และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่ามีการสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาเพื่อให้ออกโฉนดที่ดินให้ได้
Ref.: ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557