ข้อมูล “พะยูน หรือเจ้าหมูทะเล”
พะยูน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่อาศัยอยู่ในทะเล เชื่อว่าพะยูนเคยอาศัยหากินอยู่บนบก และมีบรรพบุรุษที่ใกล้เคียงกับบรรพบุรุษของช้าง เมื่อราว ๕๕ ล้านปีมาแล้ว สายพันธุ์ของพะยูนได้มีวิวัฒนาการลงไปอยู่ในน้ำและไม่กลับขึ้นมาอยู่บนบกอีกเลย เช่นเดียวกับพวกโลมาและปลาวาฬ
ปัจจุบันมีประชากรอยู่ประมาณ ๒๐๐ ตัว อาศัยอยู่ทั้งในฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระนองถึงจังหวัดสตูล และในชายฝั่งอ่าวไทย โดยพบบริเวณฝั่งทะเลอันดามันประมาณ ๑๕๐ ตัว พบพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดในบริเวณเกาะมุกและเกาะตะลิบง จังหวัดตรัง
พะยูน วิกฤติระบบนิเวศทางท้องทะเล
แม้พะยูนจะเป็นสัตว์ป่าสงวน และอยู่ในบัญชี ๑ ของบัญชีไซเตส ห้ามค้าโดยเด็ดขาด แต่พะยูนในประเทศไทยยังจัดอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากถูกคุกคามอย่างหนักในเรื่องถิ่นที่อยู่อาศัย และการทำลายแหล่งหญ้าทะเลอันเป็นแหล่งอาหารของพะยูน รวมทั้งการล่าและการติดเครืองมือประมงล้วนเป็นสาเหตุทำให้พะยูนลดลงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคาดว่าในน่านน้ำไทยมีพะยูนไม่เกิน ๒๐๐ ตัว โดยอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง เป็นแหล่งที่พบพะยูนมากที่สุด ประมาณ ๑๓๐-๑๕๐ ตัว เนื่องจากบริเวณดังกล่าว มีแหล่งหญ้าทะเลชนิดที่เป็นแหล่งอาหารหลักและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูนที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ในพื้นที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ชลบุรี จันทบุรี ตราด ประมาณ ๑๕ ตัว และในพื้นที่อ่าวไชยา จ.สุราษฎร์ธานี อีกประมาณ ๑๐ ตัว
ข้อมูลกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(DMCR)
ปัจจุบันยังพบว่ามีกลุ่มผู้ล่าพะยูนอยู่ เนื่องจากมีความเชื่อผิดๆ เช่น กระดูกพะยูน สามารถนำไปทำยาโด๊ป และรักษาโรคมะเร็ง ส่วนเขี้ยวพะยูน นำไปเป็นเครื่องรางของขลัง เนื้อพะยูนนำไปทานเป็นอาหาร ราคากิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท ความเชื่อเหล่านี้ทำให้พะยูนยังเป็นที่ต้องการของตลาดมืด สิ่งที่จะช่วยแก้ไขได้คือการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่เป็นจริงว่า กระดูกหรือเขี้ยวพะยูนไม่สามารถนำไปรักษาโรคหรือของขลังแต่อย่างไรเลย เป็นเพียงความเชื่อที่สร้างขึ้นมา ที่เป็นสาเหตุให้พะยูนหรือเจ้าหมูทะเล เกิดวิกฤติระบบนิเวศทางทะเล น้อยลงและเป็นสัตว์ที่หากินตามธรรมชาติได้ยากกว่าสมัยก่อน
#DMCRTH #ทช #ผู้พิทักษ์ท้องทะเล
#พะยูน #สัตว์สงวน #สมบัติอันล้ำค่าร่วมรักษาให้ยั่งยืน
#ทะเลและชายฝั่ง #DMCRKNOWLEDGE