กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

วาฬบรูด้า’ทะเลอ่าวไทย

  • 17 พ.ย. 2557
  • 1,316
วาฬบรูด้า’ทะเลอ่าวไทย

          นับเป็นข่าวดีในวงการนักวิจัย "วาฬบรูด้า" ในทะเลอ่าวไทยที่มี กาญจนา อดุลยานุโกศล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เป็นหัวหอกสำคัญร่วมกับทีมวิจัยอีก 5 ชีวิต

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทาน ชื่อ ลูกวาฬบรูด้าจำนวน 2 ตัว คือ ลูกของแม่สายชล ชื่อ "เจ้าสายสมุทร" และ ลูกของแม่สมหวัง ชื่อ "เจ้าสมสมุทร"

          นายชลธิศ  สุรัสวดี  อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชาย ฝั่ง บอกว่านับเป็น พระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงให้กับกรมฯ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทรงพระราชทานชื่อ ลูกวาฬบรูด้าทั้งสองตัว ซึ่งเกิดจากแม่สายชล และแม่สมหวังที่ได้สำรวจพบในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน โดยเฉพาะ จ.ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม เพชรบุรี และเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

          หากมีความคืบหน้าด้านการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆ ของปลาวาฬบรูด้ากรมฯจะรวบรวมเป็นข้อมูลนำทูลเกล้าฯต่อไป

          สำหรับท้องทะเลไทยนั้น กาญจนา บอกว่า วาฬบรูด้า หากินในน่านน้ำไทยมานานกว่า 100 ปีแล้ว หลักฐานหนึ่ง คือ โครงกระดูกวาฬบรูด้า ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ที่เก็บรักษามาตั้งแต่ พ.ศ.2452

          นอกจากนี้ยังพบโครงกระดูกวาฬบรูด้า และวาฬโอมูราจำนวนมากตามวัด หรือสถานศึกษาตลอดชายฝั่งทะเล ทั้งบริเวณอ่าวไทย และอันดามัน ซึ่งชาวประมงนับถือวาฬบรูด้าว่าเป็นพ่อปู่แห่งท้องทะเลไทย รวมกันแล้วน่าจะมีวาฬบรูด้าราว 50 ตัว ซึ่งนักวิจัยไทยไดัศึกษาพฤติกรรมมาแล้ว 5 ปี ทำให้เริ่มมีข้อมูลใหม่เพิ่มเติม เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของวาฬกลุ่มนี้ และจากการติดตาม อย่างต่อเนื่อง พบสิ่งที่โดดเด่น คือ พฤติกรรมการเลือกกินอาหาร ที่เรียกว่าการแทงปลาของวาฬ ที่จะโผล่ปากขึ้นมาไล่งับปลากะตกเหนือผิวน้ำทะเล รวมทั้งพฤติกรรมการผสมพันธุ์ และการเลี้ยงลูกน้อยของพวกมัน

          สุรศักดิ์ ทองสุกดี หนึ่งในนักวิจัยวาฬบรูด้า ทช.บอกว่า การศึกษาวาฬบรูดา 50 ตัว มีการตั้งชื่อทั้งหมดไว้แล้ว โดยใช้เทคนิคโฟโต้ไอดี จำแนกลักษณะเด่นและพฤติกรรมของแต่ละตัว เช่น "เจ้าเมษา" เป็นวาฬตัวผู้อายุประมาณ 10 ปี ยาว 13 เมตร จุดเด่น คือ ครีบหลังแหว่ง และออกจะเกเรชอบไล่งับวาฬตัวอื่นๆ

          "ขณะนี้ยังเริ่มมีการติดสัญญาณดาวเทียม เพื่อศึกษาเรื่องการอพยพย้ายถิ่นของวาฬบรูด้าและเคยมีการติดชิพให้กับเจ้าเมษา เมื่อเดือนพ.ย.2556 จนพบว่า มันว่ายจากสมุทรสาครไปยัง สุราษฎร์ธานี โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 วัน ระยะทางประมาณ 400 กม. ทำให้รู้ว่าวาฬยังใช้ชีวิตวนเวียนในอ่าวไทย นอกจากนี้ ยังเริ่มศึกษาเสียงร้องของวาฬร่วมกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาเรื่องการสื่อสารระหว่างแม่กับลูกและในกลุ่มวาฬด้วยกันเอง รวมถึงเตรียมเก็บดีเอ็นเอของวาฬ บรูด้าในทะเลอ่าวไทย"

          อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มประชากรวาฬบรูด้าในอ่าวไทยจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2-4 ตัว แต่ก็น่าตกใจว่า ในรอบ 7 ปี มีวาฬบรูด้าที่ตายในท้องทะเลไทยถึง 7 ตัว หรือเฉลี่ยปีละ 1 ตัว ซากส่วนใหญ่มีสภาพที่เน่าเปื่อย จนไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้และล่าสุด คือ กรณีวาฬบรูด้าขนาด 11 เมตร น้ำหนักกว่า 1 ตันที่ถูกพัดเข้าเกยตื้นบริเวณชายฝั่ง อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งนักวิจัยวาฬยอมรับว่า เป็นความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ภาพประกอบ : 
www.matichon.co.th

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง