กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

นั่งเรือตามดู.. วาฬบรูด้า

  • 17 พ.ย. 2557
  • 1,320
นั่งเรือตามดู.. วาฬบรูด้า

          ผมชอบการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจ มีโอกาสเดินทางไปดำน้ำลึก (SCUBA) หลายแห่งทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ผมชอบอ่าวไทยและอันดามันมาก จากประสบการณ์ ผมพบว่า สิ่งที่เป็นแรงดึงดูดสำคัญให้นักดำน้ำมุ่งเดินทางไปหาก็คือ ความน่าสนใจของสัตว์น้ำเฉพาะถิ่นพวกเราเดินทางไปเพื่อเฝ้าดูเจ้าสัตว์ทะเลเหล่านั้น

          ในอ่าวไทย ไฮไลต์สุดๆ ขณะนี้คือการนั่งเรือชมวาฬ (Whale) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วาฬมีสายพันธุ์ต่างๆ ตามท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งปัจจุบันการนั่งเรือชมวาฬถือว่ามีค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก ต่างจากสมัยก่อนที่การชมวาฬต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเขาเน้นจัดทริปชมวาฬ โดยต้องนั่งเรือล่องออกสู่มหาสมุทร เพื่อตามหาวาฬในพิกัดต่างๆ หลายประเทศสร้างรายได้จากการดึงดูดนักท่องเที่ยวไป "ชมวาฬ" เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือ แถบอลาสกา ซึ่งสำหรับคนไทยแล้วเราคงต้องขึ้นเครื่องบินข้ามซีกโลก ต่อด้วยกาหาเรือที่จัดการท่องเที่ยวพาไปชมและตามมา... ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยเรียกได้ว่า ต้องดั้นด้นไปจึงจะได้โอกาสชมภาพวาฬขนาดใหญ่แบบนี้สักครั้งในชีวิต!แต่จะน่าแปลกใจไหม ถ้าบอกว่าตอนนี้ไม่ต้องไปไกลแล้ว เพราะประเทศไทยก็มี... วาฬ

          ฝูงวาฬในอ่าวไทย เป็นพันธุ์ "วาฬบรูด้า" หรือวาฬแกลบ (Bryde's Whale) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม.. "ชื่อบรูด้า" เป็นการตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่กงสุลชาวนอร์เวย์ในประเทศแอฟริกาใต้ ที่ชื่อ "โยฮัน บรูด้า" วาฬบรูด้าเป็นวาฬขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวกว่า 15 เมตร เป็นวาฬที่มักจะเข้ามาหากินในอ่าวไทย หรือบริเวณอ่าวตัว ก.พบได้ง่ายในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงธันวาคมของทุกปีปัจจุบันสามารถเรียกได้เป็นฝูงวาฬประจำอ่าวไทยได้แล้ว ซึ่งบางครั้งวาฬบรูด้ามาใกล้ปากอ่าวถึงบางขุนเทียน ทะเลกรุงเทพ

          จากข้อมูลที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บันทึกไว้โดยมีการติดตามด้วยสัญญาณดาวเทียม และตั้งชื่อไว้นับสิบๆตัวบางตัวมีชื่อที่ทรงคุณค่ามาก เพราะเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี นั่นคือ "สายสมุทร" และ "สมสมุทร" ซึ่งเป็นลูกวาฬ 2 ตัวที่เกิดจาก "แม่สายชล" และ "แม่สมหวัง" 

          การล่องเรือออกไปเที่ยวชมวาฬในไทย ได้ทำมาหลายปีแล้วเริ่มต้นจากการใช้เรือประมงเล็กๆ จนมีการปรับเรือประมงเพื่อรองรับการท่องเที่ยวให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น มีท่าเรือรองรับหลักๆอยู่หลายแห่ง แต่เท่าที่ดูเฉพาะพื้นที่ที่มีความพร้อมในการท่องเที่ยว คือ ท่าแถบบางตะบูน และแหลมผักเบี้ย ที่มีภูมิศาสตร์เหมือนเป็นปากอ่าว นั่งเรือเลาะจากป่าโกงกาง แล้วล่องเรือออกทะเลไปตามหาวาฬ

          บางปี เราพบวาฬบรูด้าที่แหลมผักเบี้ย บางปีก็พบที่บางตะบูน สลับไปมา จากที่ได้ติดตามข้อมูลมานาน ปีนี้ได้โอกาสอันดี ได้รับสัญญาณว่า ...วาฬเริ่มเข้าอ่าวไทยแล้ว ผมจึงรวบรวมทั้งกลุ่มดำน้ำกับพี่ๆน้องๆ มาล่องเรือตามหาวาฬกัน เรือที่นำเราไปเป็นเรือประมงขนาดเล็ก รองรับได้ประมาณ 20 คน รวมแล้วก็ไปกันเกือบเต็มลำ

          นั่งเรือไปประมาณชั่วโมงกว่า ก็ได้ยินเสียงไต้ก๋งของเราวิทยุติดต่อกับลำอื่นๆ ตามสำเนียงแปร่งๆ แต่จับใจความได้ว่า "เจอแล้ว 3 ตัว" มีการบอกพิกัดแล้วให้รีบตามมาเร็วๆ

          ในความเป็นจริง สำหรับนักดำน้ำ การเดินทางไปเพื่อดำน้ำหรือตามดูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำใดก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเราต้องได้พบสิ่งที่เราตามหาเสมอไป มีบ้างที่ต้องคว้าน้ำเหลว บางทีเรื่องพวกนี้อาจต้องมีดวงมาช่วยเสริมด้วยเหมือนกันผมเคยได้ยินว่า มีคนมาชมวาฬใช้เวลาอยู่บนเรือ 5 ชั่วโมง แต่ไม่พบเลยแม้แต่ตัวเดียว หรือบางกลุ่มเจอแต่หัววาฬขึ้นมากินปลา จากระยะไกลมาก... อรรถรสในการดูวาฬจึงอยู่ที่การลุ้นว่ามาครั้งนี้เราจะได้เจอหรือไม่?

          สำหรับทริปนี้ เวลาผ่านไปสักพัก ลูกเรือเริ่มชี้ให้ดูหัววาฬที่พ่นน้ำตั้งแต่ระยะไกล และในบริเวณนั้นมีเรือลอยลำรออยู่ประมาณ 2 ลำ ช่วงนั้นผมแอบนึกในใจ... อย่างน้อยก็พากลุ่มมาเห้นแล้วแม้ว่าจะไกลก็ตาม

          ขณะเรือเร่งเครื่องเข้าไปใกล้ๆ สักพักเรือก็ดับเครื่อง ตอนนี้เราเริ่มเห็นชัดขึ้น จากกราบเรือด้านซ้าย เราเห็นวาฬอ้าปากมหึมากินปลาอยู่ ขณะที่กราบเรือด้านขวา วาฬแม่ลูกเริ่มมาว่ายแสดงตัวพ่นน้ำ และเริ่มอ้าปากรอกินปลาอย่างสบายใจ ตากล้องที่มาก็เริ่มถ่ายรูปได้บ้าง เห็นทั้งปลาพร้อมบรรยากาศชายฝั่งไกลๆ เรือวิ่งอยู่ในรัศมีไม่น่าเกิน 2 กิโลเมตร เราได้พบเห็นวาฬที่มาเป็นคู่ๆ แม่ลูกบ้าง ขนาดเท่าๆกันบ้าง กระจายตัวกันไป ก่อนกลับมีวาฬแม่ลูกเข้ามาค่อนข้างใกล้เรือมากที่สุด และอ้าปากกินปลาเหมือนเป็นการส่งท้ายการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งการเดินทางตามวาฬในครั้งนี้ต้องบอกว่า.. โชคดีเป็นของเรา ด้วยเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง กับการได้พบวาฬ 8-10 ตัวในระยะค่อนข้างใกล้ สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมเดินทาง

          การมีโอกาสได้พบวาฬในทะเลไทย ผมอยากขอฝากบุคคลที่เกี่ยวข้องในด้านการอนุรักษ์ ถ้าเรามีโอกาสช่วยกันรักษาฝูงวาฬนี้ไว้ได้ก็จะเป็นเรื่องดีอย่างมาก อย่าปล่อยให้เกิดความเสียหายเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เพรานี่จะหมายถึงรายได้มหาศาลของคนในชุมชนละแวกนี้ นั่นเพราะในระหว่างทางเราได้พบเศษขยะลอยน้ำอยู่พอสมควร

          ขยะที่ลอยน้ำ ทำให้เราจิตนาการต่อไปว่า มันมีโอกาสสูงมากถ้าวาฬกินฝูงปลาแล้วติดเศษถุงพลาสติกเข้าไปด้วย ทำให้วาฬหายใจไม่ได้ หรือย่อยไม่ได้ นี่อาจหมายถึงการจบชีวิตของเจ้ายักษ์ใหญ่ จะเห็นว่าระยะหลัง มีข่าววาฬเกยตื้นบ่อยขึ้นด้วย บางทีอาจมาจากสาเหตุนี้ด้วยก็เป็นได้ รวมถึงอยากฝากเรื่องการควบคุมจำนวนเรือ จัดระบบ และขั้นตอนของเรือต่างๆ ในการเข้าหาวาฬเพื่อไม่ให้เป็นการทำร้ายหรือรบกวนวาฬ เราทุกคน ทุกฝ่าย ต้องช่วยกันทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อให้การท่องเที่ยวชมวาฬของไทยเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างแท้จริง

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ภาพประกอบ : 
www.thairath.co.th

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง