DMCR NEWS

เพาะพันธุ์ ’หญ้าทะเล’ฟื้นในแหล่งเสื่อมโทรมอ่าวพังงา

  • 17 พ.ย. 2557
  • 4,508
เพาะพันธุ์ ’หญ้าทะเล’ฟื้นในแหล่งเสื่อมโทรมอ่าวพังงา

          ปัญหาความเสื่อมโทรมของหญ้าทะเล ซึ่งถือเป็นอาหารหลักของพะยูน และเต่าทะเล สัตว์ทะเล หายากในฝั่งอันดา มัน กำลังมีความหวังเมื่อทีมนักวิจัยจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับชาวบ้าน เกาะเคี่ยม จ.พังงา เพาะขยายพันธุ์ได้สำเร็จแล้ว

          วรรณเกียรติ ทับทิมแสง นักวิจัยหญ้าทะเล  ผู้เชี่ยวชาญพิเศกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ขณะนี้ได้ทำวิจัยเพาะขยายพันธุ์หญ้าทะเล 3 ชนิดคือ  หญ้าคาทะเล หญ้าชะเงาเต่า หญ้าใบมะกรูด ซึ่งเป็น 3 ใน 12 ชนิดหญ้าทะเลที่กระจายตัวในฝั่งอันดามันและ อ่าวไทย ถือเป็นอาหารของพะยูน และเต่าทะเลหายากในทะเลไทย ปัจจุบันมีแหล่งหญ้าทะเลสมบูรณ์เพียง 28,000 ไร่ แต่บางแห่ง ก็เกิดความเสื่อมโทรมลง

          "การดำเนินการเพาะขยายพันธุ์หญ้าทะเล ครั้งนี้ดำเนินการมากว่า 7 เดือนโดยร่วมกับชุมชนบ้านเกาะเคี่ยม ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา จนพบว่าหญ้าทะเลสามารถขึ้นได้ดีในดินเลนของบ่อพักน้ำเลี้ยงกุ้ง"

          สำหรับวิธีการคือมีทั้งการแยกกอปลูก และวิธีการนำเมล็ดของหญ้าคาทะเล ซึ่งมีลูกแก่จัด นำมาแกะล้างเนื้อเยื่อ และแยกเมล็ดได้ 8-14 เมล็ดคล้ายถั่ว ใส่ในถังเพาะเลี้ยงที่มีออกซิเจน และต้องเปลี่ยนน้ำทุก3 วัน ซึ่งพบว่าเวลา 45 วันจะได้หญ้าทะเลความสูง 5 -8เซนติเมตร รากยาว5 เซนติเมตร จากนั้นจึงนำต้นหญ้าคาทะเลย้ายปลูกใส่ลงในถ้วยที่สลายได้ตามธรรมชาติแลนำกลับไปปลูกในทะเลสามารถเจริญเติบโตได้ดี

          นักวิจัย บอกอีกว่า ต้นอ่อนหญ้าคาทะเลที่ย้ายใส่ในถ้วยจำนวน 150 ต้นที่ทดลองนำไปปลูกในทะเลอ่าวพังงา ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่าตั้งแต่อายุ 59 วันจนถึงอายุ 114 วันหลังการปลูกจากการติดตามพบว่ามีอัตรารอดสูงกว่า 80 % และมีการเจริญเติบโตสูง ตั้งแต่ 29.66-39.17 ซม.  ดังนั้นจึงเตรียมเพาะขยายเพิ่มจำนวนต้นหญ้าคาทะเล  ด้วยการย้ายปลูกอีก 10,000 ต้น นำไปปลูกในจุดเสื่อมโทรมของอ่าวพังงาต่อไป

          "อ่าวพังงาในอดีตเคยมีหญ้าทะเลสมบูรณ์ แต่จากทำประมงอวนลาก ทำลายแหล่ง แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการจัดการเรือประมงผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้อง นำหญ้าไปฟื้นฟูแหล่งเสื่อมโทรม เรามีเป้าหมายจะเพาะ 10,000 ต้น ทั้งที่มีพื้นที่มีมากกว่านี้แต่ต้องดูศักยภาพของการทำงาน กรณีที่ชุมชนบ้านเกาะเคี่ยมนั้น มีทั้งผู้นำ นายวสันต์ ศุภรส ผู้ใหญ่บ้านบางเตย ชาวบ้าน และเยาวชนในพื้นที่ในการเรียนรู้และร่วมวิจัย จนสามารถย้ายปลูกหญ้าคาทะเล ไปปลูกได้สำเร็จในตอนนี้"

          ทัศนียา ทันยุภักดิ์ ชาวบ้านที่ร่วมปลูกหญ้าทะเล บอกว่า ดีใจที่ได้เข้าร่วมการปลูกขยายพันธ์หญ้าทะเลให้มีจำนวนมากขึ้นในทะเล เพราะเป็นความหวังให้ พะยูนมาอยู่บ้านเรา เด็กๆ จะได้เห็น เพราะส่วนมาพะยูนอยู่ที่ จ.ตรัง หรือ ภูเก็ต

          สำหรับแหล่งหญ้าทะเลที่ยังสมบูรณ์มากอยู่ในจ.ตรัง รวมพื้นที่ 21,000 ไร่ โดยเฉพาะบริเวณแหล่งหญ้าทะเลบ้านแหลมไทร ปากคลองเกาะผี เกาะมุก ปากคลองเจ้าไหม เกาะลิบง และเกาะสุกร ทำให้พื้นที่นี้มีพะยูนอาศัยมากกว่า 100 ตัว แต่ในช่วงปี 2554 และล่าสุดในวันที่ 11 ก.ย.นี้ พบว่ามีบริษัทเอกชนทำปูนซีเมนต์ปริมาณมากว่า 3,000 ตันจมลงทะเลใกล้กับแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพยายามติดตามผลกระทบดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความหวังในการอนุรักษ์พันธุ์หญ้าทะเล เพื่อนำกลับไปฟื้นฟูในแหล่งธรรมชาติ ที่เผชิญภาวะเสื่อมโทรม และเป็นแหล่งอาหารของพะยูนต่อไป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557
ภาพประกอบ : 
www.bloggang.com

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง