กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผย จ.สมุทรสาคร ครองแชมป์บุกรุกป่าชายเลน 1.2 แสนไร่ รองลงมา จ.เพชรบุรี 35,200 ไร่ และจ.สมุทรสงคราม 14,600 ไร่ อธิบดีสั่งสถานีทรัพยากรป่าชายเลนจัดชุดลาดตระเวนอย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ พร้อมตั้งกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ทางทะเลและชายฝั่งให้เข้ามาร่วมอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลน
นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ภายหลังจาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนในการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า การล่าสัตว์และการตัดไม้ในพื้นที่ป่า โดยให้ใช้มาตรการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเฉียบขาด นอกจากพื้นที่ป่าบกและอุทยานแห่งชาติทางทะเลแล้ว พื้นที่ป่าชายเลน หลายแห่งก็ต้องเร่งป้องกันการบุกรุก ซึ่งหลายสิบปีที่ผ่านมาป่าชายเลนถูกบุกรุกทำลายความอุดมสมบูรณ์จำนวนมาก โดยภาครัฐได้ตั้งเป้าหมายเพื่อที่จะยึดคืนและฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนให้กลับคืนมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม
จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพบว่า จ.สมุทรสาคร มีการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนมากที่สุดประมาณ 126,000 ไร่ รองลงมาคือ จ.เพชรบุรี 35,200 ไร่ จ.สมุทรสงคราม 14,600 ไร่ จ.พังงา 3,680 ไร่ และจังหวัดอื่นๆ โดยผู้บุกรุกได้นำพื้นที่ป่าชายเลนไปใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรม ส่วนผู้บุกรุกป่าชายเลนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์โดยการเป็นที่อยู่อาศัย จ.สมุทรสาคร มากที่สุด 5,070 ไร่ จ.ชลบุรี 3,350 ไร่ เพชรบุรี 1,860 ไร่ พังงา 852 ไร่ ปัตตานี 527 ไร่ และนำไปใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จ.จันทบุรี มากที่สุด รองลงมาคือ จ.นครศรีธรรมราช เพชรบุรี และจ.ระยอง เป็นต้น
นายชลธิศ สุรัสวดี กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาหน่วยฉลามขาวซึ่งเป็นหน่วยตรวจสอบและปราบปรามการยึดคืนพื้นที่ป่าชายเลนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เข้ายึดคืนพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกทำสวนปาล์ม ในพื้นที่จ.ระยอง จ.พังงา และจ.สตูล ซึ่งเป็นรายใหญ่ๆ มาแล้ว ได้พื้นที่ป่าชายเลนคืนรัฐประมาณ 2,500 ไร่ และมีแผนจะเข้าไปดำเนินการในอีกหลายจังหวัดคือนครศรีธรรมราช ที่ส่วนใหญ่จะบุกเข้าไปทำนากุ้งกว่า 4 หมื่นไร่ โดยทำในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หาแนวทางแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนมาตลอดโดยดำเนินการทั้งป้องกันปราบปรามและส่งเสริมการอนุรักษ์ 1.ด้านการป้องกันรักษาป่าชายเลนใช้วิธีจัดชุดลาดตระเวน โดยให้สถานีทรัพยากรป่าชายเลน ลาดตระเวนอย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ การลาดตระเวน ทางอากาศ การสำรวจการถือครองพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อขึ้นทะเบียนการถือครองและจัดทำแผนที่แสดงการถือครองที่ดินแต่ละราย เพื่อพิสูจน์สิทธิการตรวจสอบพื้นที่และเอกสารสิทธิ จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการบุกรุก จ้างราษฎรเฝ้าระวังพื้นที่ล่อแหลม จัดทำแนวเขต การสร้างเครือข่ายด้านการข่าวและการอนุรักษ์ ฯลฯ และ 2.ด้านการปราบปรามการบุกรุกป่าชายเลน อาทิ เข้าตรวจสอบทันทีที่ได้รับการร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสการบุกรุกการจับกุม แจ้งความร้องทุกข์และดำเนินคดีตามกฎหมายโดยถึงที่สุด โดยเฉพาะผู้บุกรุกรายใหญ่ 3.การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันการบุกรุกป่าชายเลน โดยจัดตั้งกลุ่มราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ทางทะเลและชายฝั่ง เสริมสร้างเครือข่ายระดับชุมชน จังหวัด ภาคและระดับประเทศให้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลน เป็นต้น
ที่มา/ คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557
ภาพประกอบ/ http://edtech.ipst.ac.th/mangrove/mangrove.html