DMCR NEWS

สบทช.9 ลงตรวจสอบ หลังโซเชี่ยลวิจารณ์คลิปนำช้างลงเล่นน้ำ ถ่ายภาพกับ นทท.หน้าหาดไตรตรัง

  • 17 พ.ค. 2562
  • 279
สบทช.9 ลงตรวจสอบ หลังโซเชี่ยลวิจารณ์คลิปนำช้างลงเล่นน้ำ ถ่ายภาพกับ นทท.หน้าหาดไตรตรัง

สืบเนื่องจากกรณีที่มีสื่อโซเซียลได้เผยแพร่ภาพช้างจำนวนหนึ่งลงเล่นน้ำทะเลกับนักท่องเที่ยว โดยระบุว่า เป็นพื้นที่บริเวณหน้าชายหาดไตรตรัง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานา ถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากเกรงช้างจะไปเหยียบย่ำแนวปะการัง และก่อให้เกิดตะกอนส่งผลกระทบกับปะการัง รวมทั้งยังเป็นการทรมานสัตว์ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบว่า สามารถทำได้หรือไม่อย่างไร เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าววันนี้ (15 พ.ค.62) นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 (สบทช.9) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ สบทช.9 นำโดยนายพัฒพงค์ ร่มเย็น และ นายอรรถวุฒิ วันทา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณจุดเกิดเหตุตามที่ปรากฏในโซเซียล ซึ่งพบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังคงมาใช้บริการถ่ายภาพกับช้างปกติ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ฯ พบว่า บริเวณชายหาดดังกล่าว มีลักษณะทรายปนหิน พบซากปะการังและปะการังที่มีชีวิตในบริเวณโดยรอบซึ่งห่างจากชายหาดลงไปในทะเลประมาณ 40-50 เมตร แต่ไม่พบปะการังที่แตกหักจากเหยียบของลูกช้างและไม่พบเครื่องจักรในบริเวณดังกล่าว โดยมีช้างที่ให้บริการอยู่จำนวน 7 เชือก โดยได้ชี้แจงให้ผู้ดูแลทราบว่า ในการประกอบการเกี่ยวกับทะเลนั้นมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องปฏิบัติ เพื่อจะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย รวมทั้งเน้นย้ำไม่ให้นำช้างลงไปในบริเวณแนวปะการัง (ซากปะการัง) อย่างเด็ดขาด

ขณะที่นางสาวพิจิตรา โตนด ผู้ดูแลธุรกิจฯ กล่าวว่า บริเวณนี้นักท่องเที่ยวจะรู้จักกันในนามของ Lucky beach @ Tri Trang ซึ่งเป็นการให้บริการนักท่องเที่ยวเล่นน้ำทะเลและถ่ายภาพกับช้าง เปิดให้บริการในบริเวณนี้มาได้ประมาณ 4 เดือน ยืนยันว่า เราไม่ได้มีการทรมานช้างแต่ใด ไม่มีการใช้ตะขอบังคับช้าง และช้างทุกตัวเป็นช้างครอบครัวที่เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ มีตั๋วรูปพรรณถูกต้อง ส่วนการเล่นน้ำก็เล่นอยู่เฉพาะบริเวณหาดทรายไม่ได้ลงไปแนวปะการัง เพราะหากลงไปในแนวปะการังก็อาจจะทำให้เท้าของช้างหรือนักท่องเที่ยวบาดเจ็บจากการเหยียบปะการังได้ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับการทำธุรกิจ ขณะที่มูลช้างก็จะมีการเก็บตามขั้นตอนและไม่ได้ทิ้งลงในน้ำทะเล และทุกครั้งที่ช้างขึ้นมาจากน้ำทะเลก็จะมีการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำจืด

ที่มา : เว็บไซต์ The Thaiger

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง