นับจากเหตุการณ์ วาฬนำร่องครีบสั้น ป่วยลอยเข้ามาในคลองนาทับ จ.สงขลา ด้วยอาการอ่อนแรง ไม่สามารถดำน้ำได้ตามปกติ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ซึ่งในครั้งนั้น กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนล่าง จ.สงขลา ได้พยายามให้การรักษาและช่วยชีวิต ต่อมาอีก ๔ วัน วาฬตัวดังกล่าว เกิดอาการเกร็งตัว และสำรอกถุงพลาสติกออกมา ๔ ชิ้น ก่อนเริ่มมีอาการช็อก และได้เสียชีวิตในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ ผลการพิสูจน์สาเหตุการตาย พบซากถุงพลาสติกที่อยู่ในท้องวาฬถึง ๘๕ ชิ้น น้ำหนักรวมกว่า ๘ กก. หากนับถึงวันนี้ ก็ครบรอบ ๑ ปี กับการสูญเสียสัตว์ทะเลหายากตัวนี้ไป ซึ่งกรณีดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจและเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งโลก
.....ที่ผ่านมา กรม ทช. โดยอธิบดี ทช. ได้ผลักดันให้สัตว์ทะเลหายากบรรจุเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ จนประสบความสำเร็จโดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ในอีก ๑๘๐ วัน นับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ สัตว์ทะเลหายากจะเป็นสัตว์สงวนรวม ๕ ชนิดคือ ได้แก่ "พะยูน" (Dugong) ซึ่งได้รับการขึ้นบัญชีอยู่ก่อนแล้ว และที่ประกาศเพิ่มเติมได้แก่ "วาฬบรูด้า" (Balaenoptera edeni) "วาฬโอมูระ" (Balaenoptera omurai) "เต่ามะเฟือง" (Dermochelys coriacea) และ "ปลาฉลามวาฬ" (Rhincodon typus) เพื่อสงวน รักษา และอนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกแก่รุ่นลูกรุ่นหลาน ต่อไป
.....นอกจากนี้ ยังขอให้ประชาชนให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันอนุรักษ์และร่วมกันดูแล หากพบเห็นการเกยตื้นของสัตว์ทะเล การกระทำผิดใด ๆ หรือข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ สามารถแจ้งให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทราบได้หลายช่องทาง ทั้งเพจกรม ทช. ระบบรับเรื่องร้องเรียนในเว็บไซต์ โมบายแอปพลิเคชั่น DMCR4Thai หรือที่ทำการหน่วยในพื้นที่จังหวัดชายฝั่ง และที่สำคัญคือ ขอให้ช่วยกันลดการใช้พลาสติกและเลิกการใช้โฟม ก็จะเป็นการช่วยให้เกิดขยะทะเลน้อยลง และสัตว์ทะเลหายากต่างๆ ก็จะคงอยู่คู่ทะเลไทยไปอีกตราบนานเท่านาน