เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชานฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับการรายงานสถานการณ์เกยตื้นของวาฬบรูด้า จำนวน 2 ตัว ซึ่งเกิดขึ้นภายในวันเดียวกัน โดยวาฬบรูด้าตัวแรกลอยเกยตื้นติดชายฝั่ง บริเวณป่าโกงกางห่างจากวัดขุนสมุทรจีนไปทางทิศตะวันออกประมาณ 4 กิโลเมตร จากการสำรวจบริเวณปากอ่าวไทยใกล้จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ติดต่อมีฝูงวาฬบรูด้าจำนวน 50 ตัว คาดว่าตัวที่เกยตื้นนั้นน่าจะเป็นตัวที่กำลังโตเจริญพันธุ์ และเป็นตัวที่ 3 ในรอบ 12 ปีที่เกยชายฝั่งเสียชีวิต ส่วนสาเหตุการตายนั้นสันนิษฐานว่าน่าจะหลงฝูงมาเกยตื้นหรือกินอาหารที่เป็นพิษเข้าไปจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนวาฬบรูด้าตัวที่สองพบเกยตื้นที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้มอบหมายให้นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 เดินทางลงพื้นที่พร้อมกับนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอท่าชนะ ประมงอำเภอท่าชนะ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ออกเดินทางด้วยเรือหางยาวของชาวประมงชายฝั่ง ทำการลากซากวาฬบรูด้าตัวดังกล่าวขึ้นฝั่ง ณ บริเวณสวนสาธารณะ บ้านท่ากระจาย ม.1 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฏร์ธานี เพื่อให้ทีมสัตว์แพทย์จากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (จ.ชุมพร) ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นของวาฬบูรูด้าตัวที่สองได้ข้อสรุปว่า เป็นวาฬบรูด้าเพศผู้วัยรุ่น ขนาดความยาว 10.8 เมตร ดูจากรูปพรรณภายนอกคาดว่าน่าจะตายมาแล้ว 2-3 วัน สภาพซากมีความสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าผลการพิสูจน์ซากวาฬบรูด้าทั้งสองตัวแล้วเสร็จ ทางกรม ทช. จะรายงานให้ทราบในโอกาสต่อไป

